อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565

หมอชนบทสอนมวย'บิ๊กตู่-หนู' ชี้ช่องควบคุมส่งออกวัคซีน

"ชมรมแพทย์ชนบท" แนะใช้ พระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ ควบคุมการส่งออกวัคซีนชั่วคราว กำหนดให้ส่งออกได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ก็จะทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนแอสตร้า 10 ล้านโด๊สต่อเดือนตามเป้า พุธที่ 30 มิถุนายน 2564 เวลา 14.50 น.

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เพจ "ชมรมแพทย์ชนบท" โพสต์ข้อความระบุ ลับลวงพราง วัคซีนโควิด ตอน 17 : 30-06-64 มาตรการทวงคืนสัญญา แอสตร้า 10 ล้านโด๊สต่อเดือนที่หายไป รัฐบาลและ ศบค.แถลงชัดเจนพร้อมให้ความหวังกับประชาชนคนไทยมาตลอดว่า สยามไบโอไซน์คือความมั่นคงด้านวัคซีนโควิดของประเทศ เราสั่งจองแอสตร้าในปี 2564 มีแผนการฉีดแอสตร้าที่เป็นวัคซีนหลัก แบ่งเป็นมิถุนายน 6 ล้านโด๊ส แล้วหลังจากนั้นนับแต่กรกฎาคมเป็นต้นไปเดือนละ 10 ล้านโด๊ส โดยมีซิโนแวคเป็นวัคซีนเสริม 3-5 ล้านโดส รอจนไตรมาส 4 ตุลาคมเป็นต้นไป จึงได้ไฟเซอร์โมเดิร์นนามาฉีดเพิ่ม แต่แล้วกลับกลายเป็นว่า แอสตร้าสยามไบโอไซน์สามารถส่งมอบให้รัฐบาลไทยในเดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไปเพียงสัปดาห์ละ 1 ล้านโด๊สรวมเดือนละ 4 ล้านโด๊สเท่านั้น

หากประเทศไทยได้แอสตร้าสยามไบโอไซน์เพียงเดือนละ 4 ล้านโด๊ส เราจะมีซิโนแวคเป็นวัคซีนหลักของประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะอาจต้องนำเข้าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6-10 ล้านโด๊สแทน ได้เสื้อเกราะบางมาใส่แทนเสื้อเกราะหนาปานกลางอย่างแอสตร้า แบบนี้บุคลากรทางการแพทย์และคนไทยไม่โอเคนะครับ รัฐบาลพยายามแก้เกมส์ขาดแคลนวัคซีนแอสตร้าและ mRNA ด้วยการจัดหาวัคซีนบริจาคมาสมทบ เช่นขอบริจาคแอสตร้าญี่ปุ่นเข้ามาเสริม ขอของสหรัฐเข้ามาเสริม แต่นั่นคือของบริจาค ไว้เสริม ไม่ควรนำมานับเป็นวัคซีนหลักในระบบที่มีจองและการวางแผนสั่งซื้อตามสัญญาการจองวัคซีนไว้

ถึงเวลาแล้วที่รองนายกอนุทินในฐานะประธานคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติต้องประชุมเพื่อจัดการปัญหานี้ เพราะแอสตร้าสยามไบโอไซน์ทำให้การจัดหาวัคซีนปั่นป่วนมาก จำนวนที่ผลิตได้เดือนละ 15 ล้านโด๊ส ทางบริษัทแม่เขาจะกันไว้ส่งมอบให้ประเทศอื่นๆด้วย จึงทำให้สัดส่วนวัคซีนของสยามไบโอไซน์ที่ผลิตได้ จะส่งมอบให้รัฐบาลไทยประมาณ 25-30%เท่านั้น ที่เหลือต้องส่งออก และดูเหมือนวันรัฐบาลจะไม่กล้าไปต่อรองหรือใช้เครื่องมือทางกฎหมายใดๆในการทำให้ประเทศไทยได้วัคซีนแอสตร้า 10 ล้านโด๊สต่อเดือนตามที่เคยคุยโวไว้เลย

ชมรมแพทย์ชนบทและเครือข่ายผู้ติดตามเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน จึงเห็นว่า รัฐบาลมีหน้าที่ต้องทำทุกวิถีทางให้ประเทศไทยได้รับการส่งมอบวัคซีนแอสตร้าจากสยามไบโอไซน์ที่ 10 ล้านโด๊สต่อเดือนตามที่เคยรัฐบาลเคยกล่าวอ้างไว้ให้ได้ นี่คือเป้าหมายที่ต้องทำให้ได้ แล้วค่อยจัดหาซิโนแวคมาเสริม 5 ล้านโด๊ส ให้ครบเดือนละ 15 ล้านโด๊สเป็นอย่างน้อย ดังนั้นวิธีการตามกฎหมายที่ทำได้ก็คือ อาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561มาตรา 18(2) ที่ระบุว่า รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจ "กำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ซึ่งต้องเหมาะสมกับสัดส่วนการใช้วัคซีนภายในประเทศ” ฉะนั้น รัฐบาลจึงสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าจากสยามไบโอไซน์ได้ โดยควรกำหนดให้ส่งออกได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ที่ผลิตได้ ก็จะทำให้ประเทศไทยมีวัคซีนแอสตร้าฉีดในประเทศไทย 10 ล้านโด๊สต่อเดือนตามเป้าเดิม เดินหน้าการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ได้อย่างมั่นใจ

หนทางนี้สดใสและง่ายที่สุดแล้ว คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติส่วนใหญ่เขาก็เห็นด้วยแล้ว จึงหวังว่ารัฐบาลและ รมต.สาธารณสุขจะรีบดำเนินการ และทำทุกวิถีทาง ให้ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านวัคซีน อย่างน้อยก็จากแอสตร้าสยามไบโอไซน์ ไม่ใช่จากซิโนแวคที่ควรเป็นวัคซีนเสริมเท่านั้น ประชาชนรอดูอยู่ ชี้ช่องกันขนาดนี้แล้ว อย่ารีรอเลยครับนายกประยุทธ์และรองนายกอนุทิน.

ขอบคุณเพจ "ชมรมแพทย์ชนบท"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12