อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

ไฟไหม้ราชเทวีอพาร์ตเมนต์ หนีตายวุ่นดับ3เจ็บนับร้อย

ไฟไหม้รับอรุณฯ เผาอาคารราชเทวีอพาร์ตเมนต์ ซอยเพชรบุรี 18 ผู้อยู่อาศัยต่างหนีตายวุ่น ระดมรถดับเพลิงทำการดับแต่เจออุปสรรคเป็นซอยแคบ ล่าสุดควบคุมเพลิงได้แล้ว พบผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีกนับร้อย อังคารที่ 3 เมษายน 2561 เวลา 06.35 น.

เมื่อเวลา 04.49 น. วันที่ 3 เม.ย. ศูนย์วิทยุพระราม199 รายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในราชเทวีอพาร์ตเมนต์ ซอยเพชรบุรี 18 ถนนเพชรบุรี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 14 ชั้น ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 5 กลุ่มควันหนาแน่น ผู้ที่พักอาศัยต่างวิ่งหนีตายอลหม่าน เบื้องต้นรับแจ้งมีผู้ติดอยู่ภายในนักผจญเพลิงเข้าช่วยเหลืออออกมาได้หลายราย ส่วนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งทำการดับแต่พบอุปสรรคเนื่องจากเป็นซอยแคบ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว เหลือเพียงกลุ่มควันที่ยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก และทยอยช่วยเหลือผู้ติดค้างอยู่ในอาคารลงมายังด้านล่าง เบื้องต้นมีรายงานว่า ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตแล้วเป็นชาย 1 ราย ที่บริเวณชั้นที่ 12 ขณะที่ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากสำลักควันไฟ และถูกความร้อนเป็นแผลพุพองจากเหตุเพลิงไหม้ จึงเร่งปฐมพยาบาล ก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บทยอยส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป ต่อมามีรายงานว่าผู้บาดเจ็บที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.กลาง และรพ.ราชวิถี เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย 

ต่อมา พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบแต่ละห้องว่ามีผู้ติดค้างหรือไม่ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลแล้วราวๆ 40 คน และในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 2 คน ส่วนยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกจำนวนมากไม่ประสงค์จะไปโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด หลังจากเพลิงสงบและช่วยเหลือผู้ติดภายในออกมาได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิตล่าสุดที่มีการยืนยันนั้นมี 3 ราย เป็นชายไทย 2 ราย และชาวเวียดนาม อายุ 40 ปี อีก 1 คน ทั้งหมดยังไม่ทราบชื่อ











คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 246