อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

รู้ยัง!'ขนตาเรืองแสง'แฟชั่นใหม่ เสี่ยงเป็นต้อถึงขั้นบอด

รองโฆษก ตร. เผย "ขนตาเรืองแสง" แฟชั่นใหม่ ไม่ต้องขออนุญาต สมอ. แต่แพทย์เตือนชัดเจน เสี่ยงเป็นต้อจนถึงขั้นตาบอด พร้อมสั่ง ปคบ.คุมเข้ม จันทร์ที่ 14 สิงหาคม 2560 เวลา 14.51 น.


เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เปิดเผยว่า ตามที่สื่อมวลชนเสนอข่าวทางสถานีโทรทัศน์ โซเซียลมีเดียและหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ "ขนตาเรืองแสง" ซึ่งเป็นแฟชั่นใหม่โดยเอาหลอดไฟแอลอีดี (LED) มาติดบริเวณใต้ดวงตาและบนเปลือกตานั้น จากการประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) โดย พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก. บก.ปคบ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด หากพบมีการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับสินค้าขนตาเรืองแสงมีส่วนประกอบ 2  ส่วนที่สำคัญและใช้กาวเพื่อติดขนตาหลอดไฟแอลอีดีที่เป็นตัวขนตาเรืองแสง ปัจจุบันถือเป็นสินค้าที่เป็นแฟชั่นใหม่ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ยังไม่ได้ประกาศเป็นสินค้าห้ามขายตาม ม.36 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ขณะที่ขนตาเรืองแสงที่มีหลอดไฟแอลอีดีเป็นส่วนประกอบ ยังไม่อยู่ในข่ายควบคุมของ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยในปัจจุบัน สมอ.จะมีกฎหมายตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ควบคุมเฉพาะหลอดไฟและอุปกรณ์ขับที่ให้ความสว่าง ส่วนขนตาเรืองแสงตามข่าวที่ปรากฎ มีวัตถุประสงค์เป็นแฟชั่นให้ความสวยงาม จึงยังไม่อยู่ในข่ายที่ต้องขออนุญาตจาก สมอ.ในการทำหรือนำเข้า หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายฯ ในส่วนของกาวที่เป็นส่วนประกอบ ติดขนตาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ควบคุมตาม พรบ. เครื่องสำอาง การผลิตจำหน่าย หรือนำเข้าได้ต้องแสดงสลากตามที่สำนักงาน อย.บังคับไว้ให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ ได้มีคำเตือนของแพทย์ด้านจักษุวิทยาออกมาเตือนแล้วว่า หลอดแอลอีดีที่ติดกับเปลือกตานั้นจะทำให้ดวงตาได้รับอันตราย เนื่องจากแสงอัลต้าไวโอเล็ต จะสะท้อนเข้าตาโดยตรง เสี่ยงต่อการเกิดต้อในตาเสื่อมในระยะยาวและอาจถึงขั้นตาบอดได้.     

ขอบคุณภาพจาก soomipark.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 158