อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

ชาวเหนือ"วอล์คเอาท์"ทำประชุม "พ.ร.บ.บัตรทอง"ล่ม

ชาวภาคเหนือพร้อมใจประท้วงกลางห้องประชุมประชาพิจารณ์กฏหมายบัตรทอง ก่อนวอล์คเอาท์การประชุมล่ม ก่อนกำหนดเวลา อาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2560 เวลา 14.12 น.

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว ได้มีการจัดประชุมรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ...หรือ พ.ร.บ.บัตรทอง โดยมีเครือข่ายประชาชน และวิชาชีพ ในพื้นที่ภาคเหนือ เข้าร่วมกว่า 500 คน โดย นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ.ฯ เป็นประธาน ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมก็พร้อมใจกันลุกขึ้นต่อต้าน แสดงจุดยื่นถ้าทำแล้วแย่กว่าเดิมอย่าทำดีกว่า พร้อมชูป้ายประท้วง และร่วมกันวอล์คเอาท์ออกจากการประชุม ทำให้กำหนดการประชุมที่จัดไว้เวลา 09.00-16.00 ต้องปิดการประชุมในเวลา 11.00 น. เพราะประชาชนไม่เข้าร่วมการทำประชาพิจารณ์

นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ในฐานประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณา (ร่าง) พ.ร.บ. เปิดเผยว่า การทำประชาพิจารณ์เป็นการรับฟังความคิดเห็นและระดมข้อเสนอแนะต่อประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติม(ร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพ (ฉบับที่...) พ.ศ....ซึ่งเป็นการดำเนินการภายหลังจากที่คณะกรรมการยกร่างแก้ไขกฏหมายที่มี ตามมาตรา 77) การทำประชาพิจารณ์วันนี้มีความสำคัญมากที่จะนำความคิดเห็นของประชาชนไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แก้ไขปัญหาและอุปสรรคเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งจะส่งผลให้ระบบยั่งยืน



ด้าน นางสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล ตัวแทนกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพภาคเหนือ ได้ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนการแก้ไขกฏหมาย "ถ้าทำแล้วแย่อย่าแก้ดีกว่า"โดยทางกลุ่มได้เฝ้าดูการแก้ไขกฏหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรกเริ่ม และเห็นว่าการแก้ไขกฏหมายครั้งนี้ไม่มีความชอบธรรม และทำลายหัวใจสำคัญของการมีระบบหลักประกันสุขภาพแบบถ้วนหน้า ดังนี้ คือการแก้กฏหมายครั้งนี้ไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย เช่น กลุ่มคนไทยตกหล่น กลุ่มคนรอพิสูจน์สัญชาติ เข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตราฐานอย่างเสมอหน้าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การแก้ไขกฏหมายครั้งนี้ทำลายหลักการการ ถ่วงดุลอำนาจระหว่างผู้ให้บริการและผู้ซื้อบริการให้ประชาชน โดยไปเพิ่มอำนาจให้หน่วยบริการมากกว่า ส่งผลให้การจัดระบบบริหารเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิ์ภาพและไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้

การแก้กฏหมายครั้งนี้ทำลายหลักการการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนโดยมีความพยายามที่จะรวมศูนย์อำนาจด้านสุขภาพไว้ที่หน่วยให้บริการเป็นหลัก ทั้งที่ระบบหลักประกันสุขภาพพยายามยกระดับให้งานสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคน ดังนั้นทางกลุ่มจึงมีมติร่วมกันทุกในภาคเหนือ ขอให้ยุติขบวนการที่กำลังทำอยู่ และเริ่มต้นกระบวนการแก้ไขกฏหมายใหม่ทั้งหมดที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อเป็นการสร้างความชอบธรรมและลดคำครหาที่อาจถูกมองว่าการแก้ไขกฏหมายครั้งนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    73%
  • ไม่เห็นด้วย
    27%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 126