อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 มกราคม 2565

ระวัง'เลเซอร์'แก้รอยสัก! ตุ่มน้ำช้ำเลือดผุดเต็มแขน

ไขสงสัยชาวเน็ต “เลเซอร์ลบรอยสัก” น่าสยดสยอง! แพทย์เผยรักษาถูกวิธีแต่ไม่ถูกต้อง เหตุไปเพิ่มค่าพลังงานเลเซอร์ ผิวหนังจึงเป็นตุ่มน้ำสีแดงขุ่น ระบุแม้ลบได้ผิวหนังจะกลับมา 90-95% พฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 2560 เวลา 16.39 น.

กรณีกระแสถกเถียงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ชาวเน็ตพากันสงต่อ และแชร์รูปภาพน่าสยดสยอง พร้อมกับถามถึงสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยภาพที่ปรากฎบนแฟนเพจเฟซบุ๊กของประเทศจีน เผยให้เห็นตุ่มน้ำสีแดงขุ่นที่แขนบริเวณรอยสัก ช้ำเลือดช้ำหนองคล้ายกับแผลพุพองผุดขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งก็มีผู้เข้ามาให้ข้อมูลอ้างว่า เกิดจากการเลเซอร์ติดเชึ้อน้ำยาที่ใช้ลบลอยสัก และกลายเป็นอุทาหรณ์เตือนสติให้เห็นผลที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 13 เม.ย. .นพ.วรพงษ์ มนัสเกียรติ” หัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนัง ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวให้ข้อมูลผ่าน “เดลินิวส์ออนไลน์” @Dailynews ระบุว่า เป็นผลข้างเคียงจากการลบรอยสัก ด้วยวิธีเลเซอร์อย่างผิดวิธี โดยตั้งค่าพลังงานของเลเซอร์มากเกินไป ส่งผลให้ผิวหนังแยกตัวออกจากกัน น้ำเหลืองในร่างกายจึงแทรกซึมเข้าไปตามรอยแยกดังกล่าวได้ จนกลายเป็นตุ่มน้ำสีแดงขุ่นๆ ดังที่ปรากฏตามภาพ ซึ่งผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ได้แก่ 1. บริเวณที่เลเซอร์จะขาวขึ้นหรือไม่ก็เข้มลง ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิม หากผิวเข้มสารเมลานินหรือเม็ดสีสร้างจากเซลล์ผิวหนัง จะดูดผงหมึกได้มากกว่า ผิวหนังหลังจากที่เลเซอร์ก็จะเข้มตามไปด้วย 2. กลายเป็นแผลนูนทั่วบริเวณ 3. ติดเชื้ออย่างรุนแรงเนื่องจากรักษาผิดวิธี โดยวิธรการรักษาจะต้องใช้เข็มปลอดเชื้อเจาะ และคงผิวหนังไว้เช่นนั้นเพื่อให้ทำหน้าที่ปิดแผลโดยธรรมชาติ หากลอกออกก็จะกลายเป็นแผลสดเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพิ่มขึ้น



วิธีที่ผิดคือการไปเพิ่มพลังงานเลเซอร์ ไม่ได้ช่วยย่นระยะเวลาลบรอยสักให้สั้นลงเลย ต้องค่อยเป็นค่อยไป หมอเคยเจอคนไข้ลักษณะแบบนี้ แต่ไม่มากเท่ากรณีนี้ ถ้าดูจากอาการแล้วคงต้องเวลา 2 สัปดาห์เพื่อรักษาให้ถุงน้ำยุบ และรักษาต่อให้ผิวหนังกลับมาดีได้มากที่สุด ซึ่งการลบรอยสักในทางการแพทย์ จะเว้นระยะการยิงเลเซอร์ 6-8 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้ผิวหนังถูกทำร้ายมากเกินไป โดยระยะเวลารักษามากที่สุด 1-2ปี แต่ไม่ใช่ว่าผิวหนังจะกลับมาเป็นปกติ 100% จะกลับมาได้ประมาณ 90-95% เท่านั้น เพราะรอยเส้นหมึกจางๆ ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง” นพ.วรพงษ์ หัวหน้าศูนย์เลเซอร์ผิวหนัง กล่าวให้ฟัง

“พญ.ขวัญจิรา วงศ์เกียรติขจร” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง แห่งเทอร่าคลินิก กล่าวเสริมว่า การรักษาอาการพุพองเช่นนี้ จะรักษาแผลเหมือนแผลน้ำร้อนลวก เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการลบรอยสักด้วยเลเซอร์ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะดีที่สุด เพราะสามารถปรับตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ให้เหมาะสมกับรอยสักนั้นๆ พร้อมสังเกตปฏิกิริยาของผิวขณะทำเลเซอร์ ที่บ่งบอกถึงอาการผิดปกติได้ ส่วนวิธีการป้องกัน คือ พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และประคบเย็นหลังเลเซอร์มากๆ ทั้งนี้ควรลองทำ test spot หรือการเลเซอร์เป็นบริเวณเล็กๆ ก่อน เช่น 1-2 ตารางเซนติเมตร เพื่อดูว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่.

ขอบคุณภาพ : 沙巴人情味 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 734