อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565

คุณแม่มือใหม่แฝด4โร่ร้อง ถูกหลอกแต่งฟ้องเรียก25ล.

คุณแม่มือใหม่คลอดลูกแฝด 4 เมืองคอน เป็นข่าวฮือฮา โร่ร้องสื่อแฉอดีตสามี วางแผนหลอกให้แต่งงาน ก่อนจับได้ไม่ได้หย่าขาดจากภรรยาเก่า แถมก่อเหตุขโมยลูก 1 ใน 4 หลบหนี พร้อมฉกเงินสด,ทองคำมูลค่ากว่า 2 ล้านหลบหนี สุดทนยื่นฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายและค่าเลี้ยงดูบุตร 25 ล้านบาท อาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม 2559 เวลา 14.17 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 ก.ค. ที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช น.ส.สุธิดา ถึงสงคราม หรือ นุ๊ก อายุ 21 ปี ทายาทเจ้าของกิจการร้านอาหาร"ตัวทีซีฟู๊ด"เลขที่ 352/28 หมู่ 1 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเคยตกเป็นข่าวฮือฮาคลอดลูกแฝด 4 เป็นผู้ชาย 3 คน หญิง 1 คน เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2558 ที่ผ่านมา และได้ตั้งชื่อเด็กทั้ง 4 คนว่า “ทู - ทรี- โฟร์-ไฟว์   ตามลำดับ โดย น.ส.สุทธิดา ได้อุ้ม ด.ญ.นินทร์ราณี จาระไน หรือ “น้องโฟร์”อายุ 9 เดือน ซึ่งเป็นบุตรคนที่ 3  ในจำนวนแฝด 4 คนของ น.ส.สุธิดา เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม เนื่องจากนายตะวัน จาระนัย อายุ 54 ปี อยู่ที่ 50 ถนนบางบอน ซอย 7 แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร อดีตสามีพ่อของลูกแฝด 4 ได้หลอกลวงว่าได้หย่าขาดจากภรรยาเก่า และมาสู่ขอตนเองกับพ่อแม่ จนตนหลงเชื่อยอมเข้าพิธีวิวาห์อยู่กินเป็นสามีภรรยา จนตั้งครรภ์คลอดบุตรแฝด 4  โดยที่นายตะวัน ไม่เคยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูตนเอง พร้อมบุตรทั้ง 4 คน แม้แต่น้อย ที่สำคัญตนมาทราบภายหลังว่า นายตะวัน อดีตสามี ยังไม่ได้หย่าขาดกับภรรยาเก่าตามที่นำใบหย่ามาอ้าง และยืนยันกับตนและพ่อแม่ จนตนยินยอมรับหมั้นและแต่งงานจนมีลูกแฝด 4 คน ดังกล่าว


    
น.ส.สุธิดา เปิดเผยว่า ตนได้แยกทางไม่ได้อยู่กินกับนายตะวัน เป็นสามีภรรยากันอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากหลังตนคลอดบุตรแฝด 4 คน และออกจาก รพ.มหาราช มาเลี้ยงดูลูกทั้ง 4 ที่บ้าน โดยพ่อแม่ของตนได้แบ่งพื้นที่ร้านอาหารตัวทีซีฟู๊ด เปิดเป็นร้านมินิมาร์ท ให้ตนและนายตะวันดูแล แต่ตนกลับพบพฤติกรรมแปลกๆ ของนายตะวันคือ จะแอบพูดคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน เมื่อตนชวนไปจดทะเบียนสมรส นายตะวัน พยายามบ่ายเบี่ยงไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรสด้วย และเดินทางไปกรุงเทพ และต่างจังหวัดอ้างว่าเพื่อดูแลธุรกิจผลิตและจำหน่ายนาฬิกา ซึ่งนายตะวันหายไปนานครั้งละกว่า 1 เดือน ทำให้ตนสงสัยในพฤติกรรมเป็นอย่างมาก จึงพยายามสืบหาข้อเท็จจริงจนทราบว่า นายตะวัน ยังไม่ได้หย่ากับภรรยาเดิมตามที่ได้นำใบหย่ามาอ้าง และยืนยันกับตนและพ่อแม่ ของตน ซึ่งทราบว่าใบหย่าดังกล่าวเป็นใบหย่าปลอมเท่านั้น โดยในปัจจุบันนายตะวัน ได้กลับไปอยู่กินกับภรรยาเดิมตามปกติ


    
"เชื่อว่านายตะวัน อดีตสามีตั้งใจวางแผนสร้างเรื่องหลอกลวงตนและครอบครัวมาตั้งแต่ต้น จนเมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายตะวัน ได้กลับมาหาตนจนเกิดการทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรง กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น.วันที่ 27 พ.ค. ขณะที่ทุกคนในบ้านนอนหลับกันหมด นายตะวัน ได้แอบขโมย "น้องโฟร์" ลูกแฝดคนที่ 3 ออกจากบ้าน และยังได้ขโมยเอาทอง ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไล ของนางษรินทร์ภัฎ แม่ของตนรวมทั้งเงินสดอีก 250,000 บาท มูลค่าทรัพย์สินกว่า 2 ล้านบาท หลบหนีไป จึงได้ไปแจ้งความ ก่อนจะชักชวนญาติๆ ขับรถยนต์ติดตามนายตะวัน จนทราบว่านายตะวันได้นำ"น้องโฟร์" ไปไว้ที่คอนโดแสนงาม จ.เพชรบุรี แต่ตนและญาติ ๆ ไม่สามารถตามเข้าไปในคอนโดได้ เพราะเป็นนิติบุคคล จึงแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และร้องขอความช่วยเหลือให้ตร.นำ"น้องโฟร์" มาให้ด้วย"


    
น.ส.สุธิดา กล่าวอีกว่า ในวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมากำลังตำรวจและทหาร ได้บุกเข้าไปตรวจสอบภายในห้องพักหมายเลข 201 ชั้น 5 คอนโดแสนงาม จนพบนายตะวัน พร้อมภรรยาเก่าและญาติรวม 4-5 คนอยู่ภายในห้อง และพบ"น้องโฟร์" นอนหลับอยู่ เจ้าหน้าที่จึงนำ"น้องโฟร์" ออกมาจากห้อง โดยเจ้าหน้าที่ขอให้นายตะวัน เดินทางไปตามไปให้ปากคำที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แต่นายตะวัน ไม่ยอมเดินทางไปพบ เจ้าหน้าที่จึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะมอบ"น้องโฟร์"ให้กับตนนำลูกกลับบ้าน นอกจากนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช  เพื่อให้ศาลพิพากษาให้ตนเป็นผู้ปกครองลูกแฝดทั้ง 4 คน แต่เพียงผู้เดียว และให้นายตะวันจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูลูกแฝดทั้ง 4 คน นับจากวันฟ้องจนถึงอายุ 25 ปี เป็นเงิน 25 ล้านบาท โดยศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราชนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ยตกลงกันในวันที่ 2 ส.ค.2559 นี้ อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวพยายามจะติดต่อนายตะวัน เพื่อสอบถามรายละเอียดข้อเท็จจริง แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ซึ่งจะประสานงานติดต่ออีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะในวันที่ 2 ส.ค.2559 ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราชนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ยตกลงกัน.ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป.




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

ความคิดเห็น

ข่าวล่าสุด

บอกต่อ : 94