อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 กันยายน 2569

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 14 กันยายน 2569

แชร์วน!กล้องจับความเร็ว ตร.ชี้เรื่องเก่า-ขับเกินจับแน่

โลกออกไลน์กระหน่ำแชร์ภาพกล้องตรวจจับความเร็ว ถนนมอเตอร์เวย์ขับเกิน 115 กม./ชม.เจอปรับ ด้านตำรวจทางหลวงชี้ แชร์ข้อมูลเก่าไม่จริง ยืนยันขับเกิน 120 กม./ชม.จับปรับเพื่อความปลอดภัย ศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม 2559 เวลา 18.50 น.

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “มอเตอร์เวย์สาย7กรุงเทพ-ชลบุรีตั้งแต่กม.39-55ทั้งเข้าและออกห้ามขับเร็วเกินกว่า 115กม/ช.ม. เพราะเครื่องจับความเร็วอัตโนมัติและขอไม่ได้ด้วย บอกเพื่อนบอกญาติด้วยจุดที่ 1 กล้องติดที่ป้ายสีเขียวระหว่าง DoubleA กับ JTrekจุดที่ 2 กล้องติดที่ป้ายสีเขียวแถวลาดกระบัง ศูยน์ HiNo ก่อนถึง ด่านลงกาญจนาภิเษกประมาณ 8 กิโลเมตร กล้องตรวจจับความเร็วบูรพาวิถีขาออก กม.14,กม.24,กม. 44 และขาเข้า กม. 31,กม.18,กม 14ขับรถเจอเสาแบบนี้ ต้นแรก ลดความเร็ว ก่อนเจอต้นที่ 2 น่ะครับ เพราะกล้องจากเสาต้นที่ 2 จะเป็นตัวคำนวนความเร็วจากต้นแรก แล้วบันทึกเป็นใบสั่งทันที” เดลินิวส์ออนไลน์จึงได้ตรวจสอบข้อมูลและปรากฏว่าเป็นข้อมูลเก่าที่แชร์กันตั้งแต่ปี 2558 พร้อมกันนี้ทีมข่าวได้สอบถามไปยังผู้รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว

พ.ต.ท. จิรวุฒิ ขวัญคุ้ม รอง ผกก.หัวหน้าสถานีตำรวจทางหลวง1 กำกับการ8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง เปิดเผยว่า ตามกฎหมายจราจรจำกัดความเร็ว บนทางพิเศษสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลธรรมดาไว้ที่ 120 กม./ช.ม.ข้อความที่ระบุว่าจำกัดความเร็ว 115 กม./ช.ม.น่าจะเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดเป็นเรื่องสนุกในโลกโซเชียลเท่านั้น ทั้งนี้ที่กำหนดความเร็วไว้เช่นนั้น เนื่องจากทางพิเศษมอร์เตอร์เวย์ในเวลาปกติ มีปริมาณรถไม่มาก ผู้ใช้ถนนจึงมักขับรถด้วยความเร็วสูง การจำกัดความเร็วและมาตรการตรวจจับความเร็วให้ถี่ขึ้นจะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดได้

"ส่วนเรื่องการให้ชะลอความเร็วเมื่อผ่านเสาหลักที่1 จนถึงเสาที่2 นั้นไม่เป็นความจริง การทำงานของเครื่องตรวจจับความเร็ว จะตรวจจับด้วยแสงเลเซอร์ ทำงานได้ทั้งระบบควบคุมเอง และระบบอัตโนมัติ เมื่อรถที่ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด เมื่อรถผ่านจุดตั้งกล้อง กล้องจะบันทึกภาพถ่าย ความเร็ว วันเวลาโดยอัตโนมัติ จากนั้นจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์อำนวยการตำรวจทางหลวง เพื่อตรวจสอบทะเบียนรถ และออกใบสั่งส่งไปยังผู้ครอบครองตามทะเบียนรถ และหากไม่ชำระค่าปรับภายใน7วัน กองบังคับการตำรวจทางหลวงจะดำเนินการส่งไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่ออายัติทะเบียนรถต่อไป"พ.ต.ท. จิรวุฒิกล่าว.







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

ข่าวล่าสุด

บอกต่อ : 57