อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565

"โดรน" เครื่องบินไร้คนขับ พระเอกในงานค้นหาฮ.ตก

อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน ทำหน้าที่เหมือนตาวิเศษ หูทิพย์ ให้กับกองทัพ ที่นำมาใช้ในภารกิจค้นหา ฮ.กองทัพอากาศตกที่เขาชะเมา ซึ่งภารกิจหลักคือ ด้านข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ การค้นหาเป้าหมาย และการลาดตระเวน ในอนาคตยังนำมาช่วยค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่หลงป่า ติดอยู่ในซากปรักหักพัง หรือติดอยู่กลางทะเล อังคารที่ 28 มิถุนายน 2559 เวลา 13.43 น.

หลังจากที่เครื่องเฮลิคอปเตอร์แบบที่ 6 หมายเลข ทอ.22/12 สังกัดหน่วยบิน 2034 ดอนเมือง ปฏิบัติภารกิจลำเลียงทางอากาศ ณ สถานีถ่ายทอดโทรคมนาคม เขาชะเมา จ.ระยอง ที่ได้ขาดการติดต่อและสูญหายไปจากจอเรดาร์ พร้อมกับนักบินและช่างเครื่อง รวม 3 นาย ตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวันที่25 มิ.ย. ที่ผ่านมา และได้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเพื่อค้นหานักบินและช่างเครื่อง แต่ก็ยังไม่พบเนื่องจากสภาพอากาศปิด ต่อมากองทัพอากาศได้ใช้นำเครื่องบินไร้คนขับ หรือ UAV ออกค้นหา ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทีมชุดค้นหา ฮ.ตก ได้พบศพ น.ต.พสิษฐ์ เตชะเสน นักบิน ร.อ. อลงกรณ์ จันทร์กระจ่าง นักบิน และพ.อ.อ.วิสุทธิ์ พุทธรักษา ช่างเครื่องของเฮลิคอปเตอร์ ที่บริเวณห่างจากสันเขารองเท้านารี ประมาณ 500 เมตรทางทิศตะวันตกของสถานีเรดาร์

เรามารู้จักกับอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี (Unmanned Aerial Vehicle: UAV) กันว่าเป็นอย่างไร...??

อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี เป็นอากาศยานที่ไม่มีนักบินประจำการอยู่บนเครื่อง เป็นอากาศยานที่ไร้คนขับ หรือนักบิน แต่สามารถควบคุมได้ มีรูปร่าง ขนาด รูปแบบ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป ตามหลักแล้วอากาศยานไร้คนขับ ก็คือ โดรน (Drone) นั่นเอง เป็นอากาศยานที่ควบคุมจากระยะไกล ใช้การควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ การควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล และการควบคุมแบบอัตโนมัติโดยใช้ระบบการบินด้วยตนเอง ซึ่งต้องอาศัยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีระบบที่ซับซ้อนแล้วมีการติดตั้งไว้ในอากาศยาน

ทั้งนี้ อากาศยานไร้คนขับ สามารถบินได้ด้วยระบบอัตโนมัติ มีการติดตั้งกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงทั้งกล้องถ่ายภาพในเวลากลางวัน (Electro Optical) และกล้องอิฟาเรด (Infrared Sensor) ที่สามารถบันทึกภาพระยะไกลได้แล้วแพร่ภาพสัญญาณมายังจอภาพ ที่สถานีภาคพื้นดิน ในเวลาที่ใกล้เวลาจริงมากที่สุด (Near Real Time: NRT) ทำให้ผู้บังคับบัญชาสามารถมองเห็นภาพสนามรบในเวลาที่ใกล้เวลาเป็นจริงมากที่สุด นอกจากนั้นอากาศยานไร้คนขับยังสามารถปฏิบัติภารกิจด้านข่าวกรอง การเฝ้าตรวจ การค้นหาเป้าหมาย และการลาดตระเวนหรือที่เราเรียกว่า ISTAR (Intelligence, Surveillance, Target Acquisition, Reconnaissance)

อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี เป็นอาวุธที่สามารถใช้ต่อสู้ได้ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงและการสูญเสียนักบินได้เป็นอย่างดี อากาศยานไร้คนขับในรุ่นแรก ๆ นั้นถูกใช้เป็นเหมือนอากาศยานลาดตระเวนมากกว่า แต่ในช่วงหลังมีการติดอาวุธให้กับอากาศยาน เช่น เอ็มคิว-1 พรีเดเตอร์ (MQ-1 Predator) ซึ่งใช้ขีปนาวุธอากาศสู่พื้นเอจีเอ็ม-114 เฮลไฟร์ (AGM-114 Hellfire air-to-ground missiles) ยูเอวีที่ติดอาวุธจะถูกเรียกว่าอากาศยานโจมตีไร้คนขับหรือยูซีเอวี (unmanned combat air vehicle: UCAV)

อากาศยานไร้คนขับมีจุดเด่นในเรื่องการปราศจากความเสี่ยงในการสูญเสียนักบิน ประหยัดงบประมาณในการผลิต เป็นระบบที่ไม่ซับซ้อนมากนัก มีขนาดเล็ก ทำการตรวจจับได้ยาก มีความคล่องตัวสูง ระยะเวลาบินไม่ขึ้นอยู่กับความเมื่อยล้าของนักบิน เพราะใช้นักบินภายนอก (External Pilot) ดังนั้นอากาศยานไร้คนขับจึงได้ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยมากขึ้น และใช้ในภารกิจหลากหลายมากขึ้น เช่น การค้นหาเป้าหมาย (Target Acquisition) เพื่อชี้เป้า และในปี พ.ศ. 2507 ได้มีอากาศยานไร้คนขับของกระทรวงกลาโหมประเทศต่าง ๆ เกิดขึ้นถึง 11 แบบ เช่น Hunter Pioneer Predator ของกองทัพสหรัฐ Phoenix ของประเทศอังกฤษ Searcher ของประเทศอิสราเอล เป็นต้น

สำหรับ อากาศยานไร้คนขับของประเทศไทย ได้มีการนำอากาศยานไร้คนขับ มาใช้ตั้งแต่สมัยสงครามร่มเกล้า ซึ่งเป็นสงครามระหว่างประเทศไทยกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีการจัดหาอากาศยานไร้คนขับจากประเทศอังกฤษเข้าประจำการในกองทัพอากาศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 มีภาระกิจตรวจการณ์และถ่ายภาพ โดยร่วมปฏิบัติการอยู่กับเครื่องบินลาดตระเวนแบบ Arava แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีในขณะนั้นทำให้ยาน RPV ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของกองทัพได้เท่าที่ควร เนื่องจากยาน RPV เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานในภูมิประเทศที่เป็นป่าเขาอย่างประเทศไทย หลังจากนั้นอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวีก็ไม่ได้รับความสนใจจากกองทัพไทยอีก

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2538 ในสมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย ผลงานของอากาศยานไร้คนขับทำให้นักวิชาการและกองทัพไทยหันไปให้ความสนใจอากาศยานประเภทนี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่เป็นที่แพร่หลายและให้ความสำคัญมากนัก
ในปี พ.ศ. 2546 สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่สอง อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวีได้มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จในการปฏิบัติภารกิจของประเทศสหรัฐอเมริกาในการบุกจับซัดดัม และได้มีการพัฒนาอากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวีอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จากอากาศยานที่ใช้สำหรับการสังเกตการณ์ จนกลายเป็นอากาศยานใช้สำหรับการรบและโจมตีที่น่าเกรงกลัว

สำหรับประเทศไทยซึ่งไม่มีแนวคิดในการรุกรานประเทศใด แต่ใช้อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี ในลักษณะเป็นการอำนวยการยุทธเฉพาะพื้นที่ หรือใช้ประโยชน์ในการบินตรวจการณ์เฉพาะบริเวณเพื่อรักษาทรัพยากรของประเทศ เช่น ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรทางทะเล การบินตรวจการณ์ในพื้นที่ล่อแหลม เป็นต้น ควรมีการคิดและพัฒนาอากาศยานไร้คนขับโดยยึดหลักความต้องการใช้งานของแต่ละกองทัพ อย่างไรก็ตาม อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี ถือได้ว่าเป็นยุทโธปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อกองทัพในอนาคต เพราะเป็นเหมือนตาวิเศษ หูทิพย์ ที่สามารถสร้างความได้เปรียบ อีกทั้ง มีการใช้อากาศยานไร้คนขับหรือยูเอวี ค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่หลงป่า ติดอยู่ในซากปรักหักพัง หรือติดอยู่กลางทะเล

ในส่วนของอากาศยานไร้คนขับที่กองทัพอากาศนำมาใช้ปฏิบัติภารกิจค้นหานักบินในครั้งนี้ เป็นเครื่องแบบ UAV Aerostar จากประเทศอิสราเอล ซึ่งมีหลายขนาด ทั้งขนาดเล็กและขนาดกลาง เป็นอากาศยานไร้นักบินทางยุทธวิธีสำหรับใช้ภารกิจรวบรวมข่าวกรอง เฝ้าตรวจพื้นที่ ค้นหาเป้าหมาย และลาดตระเวน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 50