อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565

ไทยชี้มติ"ยูเอ็น"งดขายอาวุธให้เมียนมา ยิ่งเติมเชื้อไฟ

บัวแก้วแจงไทยงดออกเสียงข้อมติ“ยูเอ็น”ระงับขายอาวุธให้เมียนมา เหตุเป็นมติเพิ่มเชื้อไฟ-ไม่คิดถึงผลกระทบปท.เพื่อนบ้าน ชี้ต้องเร่งสร้างความไว้ใจให้ทุกฝ่ายมาเจรจา อาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2564 เวลา 15.20 น.


เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ประเทศไทยร่วมงดออกเสียงในการลงคะแนนเพื่อรับรองข้อมติสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ให้ยุติการขายอาวุธแก่กองทัพเมียนมา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของนครนิวยอร์ก ว่า ข้อมตินี้ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยหลายประการที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเมียนมาที่ถือเป็นปัญหาความมั่นคงของไทยด้วย และข้อมตินี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดเห็นของผู้ที่ไม่ได้มีพรมแดนติดกับเมียนมาเหมือนไทย การกระทําทุกอย่างของประเทศไทยจึงต้องทําอย่างรอบคอบ และต้องคํานึงผลที่จะตามมาในทุกด้าน อีกทั้ง ข้อมตินี้ไม่ได้คํานึงถึงความซับซ้อนทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของเมียนมา และสถานการณ์จริงๆในเมียนมาทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์วันที่ 1 ก.พ.2564 รวมถึงเป็นข้อมติที่ไม่ได้สะท้อนถึงเจตนารมณ์และความพยายามของอาเซียนซึ่งกําลังดําเนินอยู่ในการแก้ปัญหาความไม่สงบในเมียนมา

นายธานี กล่าวอีกว่า สิ่งที่ประชาคมโลกจะต้องทําเพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหาในเมียนมาได้อย่างแท้จริง จึงไม่ใช่แค่กล่าวโทษ หรือ ประณามฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดว่าเป็นฝ่ายผิด แต่จะต้องเร่งหาวิธีทางสันติสุขที่จะสยบการสู้รบด้วยการฟื้นฟูและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจของทุกฝ่ายในเมียนมา รวมถึงเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกฝ่ายให้หันหน้ามาเจราจากันได้ ดังนั้น ประชาคมโลกไม่ควรกระทําการใดๆ ที่เสมือนโยนเชื้อไฟเข้าไปในกองเพลิง แต่สามารถมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างบรรยากาศ หรือสภาวะที่เอื้ออำนวยให้ทุกฝ่ายในความขัดแย้งในเมียนมา หันหน้ามาเจรจากันได้

“สิ่งที่ไทยห่วงกังวลและให้ความสําคัญที่สุดคือประชาชนชาวเมียนมาที่เป็นผู้รับเคราะห์จากการสู้รบจากความขัดแย้งทางการเมืองของหลายฝ่ายในเมียนมาเป็นเวลานานแล้ว และความลําบากยากเข็ญนั้นกําลังทวีความรุนแรงขึ้น พวกเขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าชีวิตความเป็นอยู่ที่เป็นปกติสุข สามารถทํามาหาเลี้ยงชีพ มีกินมีใช้เยี่ยงประชาชนในประเทศอื่นๆ รอบข้าง ซึ่งไทยไม่เห็นว่าร่างมติดังกล่าวเป็นแนวทางที่แท้จริงที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนที่ชาวเมียนมาแสวงหา” นายธานี กล่าว 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทยได้ดําเนินการเพื่อนําไปสู่สันติภาพในเมียนมาอยู่แล้วในหลายๆทาง  ทั้งที่ร่วมกับอาเซียน ทั้งในภาคทวิภาคี และพหุภาคี นอกจากนี้ ไทยไม่เคยนิ่งนอนใจในเรื่องความไม่สงบในเมียนมา อีกทั้งการดําเนินการเหล่านั้นไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงใดๆ นอกจากจะทําสิ่งที่เป็นประโยชน์จริงๆ ซึ่งจะทําให้ทุกฝ่ายเข้ามาสู่ขบวนการเจรจาสันติภาพเพราะนั่นคือวิธีเดียวเท่านั้นที่จะยุติความไม่สงบในเมียนมาได้.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    85%
  • ไม่เห็นด้วย
    15%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4