อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2565

เตือนระวังโรคมือ เท้า ปากระบาดหนัก

กรมควบคุมโรค ยอมรับปี 60 เชื้ออีวี 71 ดุ ก่อโรคมือ เท้า ปาก กับชับทุกหน่วยบริการเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน แนะพ่อ-แม่สังเกต หากลูก “ไข้สูง ซึม หอบ หายใจเร็ว” รีบพบหมอด่วน ย้ำ ลูกบ้านไหนป่วยไม่ควรพาไปที่ชุมนุม จันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2560 เวลา 16.53 น.

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศของไทยเปลี่ยนแปลงบ่อยและเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคมือ เท้า ปาก จากข้อมูลสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 9 ต.ค. 60 พบผู้ป่วยแล้ว 61,674 ราย เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ซึ่งมีผู้ป่วย 68,667 ราย เสียชีวิต 2 ราย อย่างไรก็ตามจากการรายงานของรพ. 25 แห่งที่เข้าร่วมโครงการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรคมือ เท้า ปาก ในกลุ่มเด็กแรกเกิด- 5 ปี ของสำนักระบาดวิทยา ตั้งแต่ต้นปี2560 ถึงปัจจุบันได้รับตัวอย่างผู้ป่วยทั้งหมด 823 ราย ตรวจพบเชื้อเอนเทอโรไวรัส 363 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 44.11 เปอร์เซ็นต์ ในจำนวนนี้ เป็นเชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 หรือ อีวี 71 ร้อยละ 33.06 ซึ่งปกติจะพบเชื้ออีวี 71 ประมาณร้อยละ 10-20 เท่านั้น ส่วนสายพันธุ์คอกซากี เอ 16 พบร้อยละ 24.24 คอกซากีเอ 6 ร้อยละ 20.39 คอกซากี เอ 10 ร้อยละ 6.61คอกซากีเอ 4 ร้อยละ 5.79 รินโนไวรัส A ร้อยละ 3.03 และเอนเทอโรไวรัสอื่นๆ ร้อยละ 6.88
 
นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ปีนี้ตรวจพบเชื้ออีวี 71 เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงกว่าสายพันธุ์ทั่วไป แต่ไม่ต้องตระหนก เพราะไม่ใช่สายพันธุ์ใหม่ แต่เพื่อความไม่ประมาท ลดอัตราการเสียชีวิตได้กำชับไปยังหน่วยบริการทางการแพทย์ให้ทราบแล้วว่าปีนี้พบเชื้ออีวี 71 เพิ่มขึ้นขอให้เพิ่มความตระหนักด้วยว่า โรคที่เป็นไม่รุนแรงและหายได้ใน 7-10 วันนั้น อาจจะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ขณะเดียวกันก็ได้กำชับเรื่องการร่วมมือกับท้องถิ่น โรงเรียนในลักษณะประชารัฐ ดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดของโรคดังกล่าวผ่าน 4 ประเด็นคือ 1. ทำการสื่อสารกับผู้ปกครองให้รู้จักโรค และเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้สูง ซึม หอบ ใจเต้นเร็ว หรือมีอาการทางระบบประสาท ให้รีบพามาพบแพทย์ 2.หากที่บ้านมีเด็กป่วยไม่ใครให้ไปโรงเรียน หรือพาไปที่ที่มีคนอยู่มาก หรือหากพบเด็กป่วยที่โรงเรียนก็ให้กลับบ้าน ไม่ต้องมาโรงเรียนจนกว่าจะหายป่วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันการระบาดของโรค 3.เพื่อลดการระบาดควรทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม สถานที่ที่เด็กคลุกคลี เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได ข้าวของสาธารณะที่เด็กใช้ร่วมกัน และ 4.ฝึกเด็กให้รู้จักดูแล ป้องกันโรคด้วยตัวเอง นั่นคือการหมั่นล้างมือ ทั้งนี้หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1422.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 167