อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

'กห.'ออกโรงแจงใช้งบสร้าง อุทยานราชภักดิ์ถูกระเบียบ

กลาโหมแจงใช้งบสร้าง"อุทยานราชภักดิ์"ถูกระเบียบ ไม่มีอำนาจชี้ถูกผิด ปมหักหัวคิวโรงหล่อตามตัวคนชี้แจงไม่ได้ โยนหน่วยงานนอกตรวจสอบต่อ พุธที่ 30 ธันวาคม 2558 เวลา 05.11 น.

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ แถลงว่า คณะกรรมการฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เป็นเพียงคณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เพื่อการรวบรวมข้อเท็จจริง โดยมีผู้มาชี้แจงจำนวน 23 คน มีเอกสารหลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะหลักฐานบัญชีทางการเงินจำนวนมาก เป็นหลักฐานทางการรับจ่าย ถึงวันที่ 30 พ.ย.2558 เพื่อสรุปสำนวนข้อเท็จจริง โดยสรุปรายรับ-รายจ่ายโครงการอุทยานราชภักดิ์ มีรายรับเป็นงบกลางและงบบริจาค 866 ล้านบาท รายจ่าย 816 ล้านบาท ส่วนงบบริจาคเข้ามูลนิธิราชภักดิ์ ที่ภาครัฐและเอกชน ประชาชน บริจาคจำนวน 106 ล้านบาทเศษ ปัจจุบันยังไมมีการใช้งบนีทั้งนี้ด้านงบประมาณคณะกรรมการฯเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และระเบียบคำสั่งของกองทัพบกที่เกี่ยวข้อง สำหรับการใช้จ่ายงบบริจาค หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบติตามระเบียบคณะกรรมการสวัสดิการกองทัพบกว่าด้วยอุทยานราชภักดิ์ พ.ศ.2558 และระเบียบคณะกรรมการบริหารอุทยานราชภักดิ์ว่าด้วยการสั่งซื้อสั่งจ้าง พ.ศ.2558

พล.อ.ชัยชาญ กล่าวต่อว่า ส่วนการจัดกิจกรรม"ราชภักดิ์ ไบค์ แอนด์ คอนเสิร์ต แทนคุณแผ่นดิน" ก็เป็นการดำเนินการตามแผนงานทุกอย่าง ส่วนกิจกรรมปลูกต้นไม้ที่สังคมให้ความสนใจให้แผ่น ไม่ใช่การซื้อต้นไม้มาปลูก แต่เป็นการที่ภาคเอกชนสนับสนุนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยบริจาคต้นละ 3 แสนบาท ซึ่งจะนำชื่อผู้บริจาคมาติดที่ต้นไม้เพื่อเป็นเกียรติ โดยรายรับในเรื่องเงินบริจาคค่าต้นไม้มีจำนวน 77 ล้านบาทเศษ และนำเงินที่เหลือเข้ากองทุนอุทยานราชภักดิ์แล้ว มียอดเหลือ 76 ล้านบาทเศษ ตนยืนยันว่าเป็นการทำตามแผนงานที่ได้ประชาสัมพันธ์ไว้ สำหรับการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์นั้น ได้เชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูล แต่บางส่วนก็ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ให้ความร่วมมือเพราะกลัวว่าจะได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ในการสอบข้อเท็จจริง มีข้อสังเกตว่าการดำเนินการต่อไปเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจทางกฎหมายในการดำเนินการต่อไป

"คณะกรรมการพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างที่สุด หากหน่วยงานนนอกกลาโหมพบว่ามีการดำเนินการใดไม่ถูกต้อง ก็ให้มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบต่อไป ข้อสังเกตของคณะกรรมการคือบางท่านไม่มาให้ข้อมูล บางท่านไม่สามารถติดตามตัวมาให้ข้อมูลได้ ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจทางกฎหมายดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้ ทั้งนี้ในข้อสังเกตอื่นๆ เป็นการเสนอแนะเพื่อทำให้ระเบียบมีความรอบคอบรัดกุม แต่ไม่ใช่หมายความว่าระเบียบไม่ถูกต้อง"พล.อ.ชัยชาญ กล่าว

เมื่อถามว่าสังคมยังสงสัยและพุ่งเป้าไปที่พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และบุคคลใกล้ชิด ได้นำมาพิจารณาหรือไม่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไม่มีอำนาจตามกฎหมาย คงไม่สามารถชี้ไ้ด้ว่าตรงไหนผิดตรงไหนถูก ต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจรับผิดชอบดำเนินการต่อไป ในประเด็นตัวบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการหล่อพระบรมราชานุสาวรีย์ เป็นเรื่องที่ตั้งข้อสังเกตตามที่ระบุไว้ ให้เป็นอำนาจของหน่วยงานนอกกระทรวงกลาโหม ไม่สามารถชี้ชัดว่าถูกหรือผิดอย่างไร บางรายก็ไม่มาชี้แจงข้อเท็จจริงและบางประเด็นก็ไม่สามารถตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ จึงทำให้เราไม่สามารถสรุปได้ ส่วนกรณีที่มีบุคคลหลบหนีออกนอก ประเทศนั้น เป็นคดีอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้

ต่อข้อถามว่าสรุปว่าพล.อ.อุดมเดชและคนใกล้ชิดบริสุทธิ์ ไม่ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งรมช.กลาโหม เพื่อรับผิดชอบ ใช่หรือไม่ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวพูด ตนไม่ได้พูด เมื่อถามว่าการแถลงผลสอบสวนครั้งนี้จะคลายข้อสงสัยต่อสังคมได้มากน้อยเพียงใด พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่า คณะกรรมการทำให้ดีที่สุด และชี้แจงในด้านงบประมาณทุกประเด็นตามที่สามารถดำเนินการได้ เมื่อถามต่อว่าข้อสรุปดังกล่าวเป็นการโยนงานหรือปัดความรับผิดชอบให้หน่วยงานอื่นหรือไม่ ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า ไม่ แต่อำนาจของคณะกรรมการฯ มีแค่นี้ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าผลสรุปที่ออกมาจะให้หน่วยงานใดดำเนินการสอบสวนต่อ พล.อ.ชัยชาญนิ่งก่อนตอบว่า ให้กองทัพบกส่วนหนึ่ง แต่หากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ข้อข้อมูลมา ก็ยินดีเปิดเผยข้อมูล.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 573