อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2565

นัดลงมติ18 ก.ย.นี้ถอดถอน“สุเทพ”

“กล้านรงค์”ชี้ส่อเจตนาก้าวก่ายแทรกแซง ยกคำวินิจฉัยศาลรธน.กรณี“ประชา”อ้างฟังไม่ขึ้น เจ้าตัวพ้อถ้ารู้ว่าผิดคงไม่ทำ ยันไม่มีจิตเป็นโจร ศุกร์ที่ 7 กันยายน 2555 เวลา 01.20 น.

ในการประชุมวุฒิสภาวันนี้ (7ก.ย.) ได้พิจารณาสำนวนคดีถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป.ป.ช. แถลงเปิดสำนวนว่า จากการไต่สวนของป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการแก้ข้อกล่าว 10 ประเด็น ของนายสุเทพฟังไม่ขึ้น จึงมีมติ 8 ต่อ 1 ว่านายสุเทพกระทำผิดส่อจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ การวินิจฉัยคดีดังกล่าวไม่ได้มีอคติ ไม่มีฝ่าย ไม่มีสี และพิจารณาความผิดความถูกไปตามพยานหลักฐาน ไม่อยู่ใต้การกดดันใดๆ

ส่วนกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายกคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 17/2555 ยกคำร้องกรณีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ออกคำสั่งให้ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปช่วยงานในศปภ. โดยในข้อสังเกตตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าเมื่อเกิดความจริงว่าจะเกิดมหาอุทกภัยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก ในสภาวะวิกฤตดังกล่าวไม่เพียงแต่ฝ่ายบริหารเท่านั้นที่จะต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แต่ยังเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ส.ส.ในฐานะปวงชนชาวไทยจึงมิอาจหลีกเลี่ยงในการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาวิกฤติมหาอุทกภัยดังกล่าวได้ เห็นว่าไม่ผิด แต่กรณีการส่งส.ส.ไปช่วยงานกระทรวงวัฒนธรรม ตนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่เกี่ยวกัน
 

ด้านนายสุเทพแถลงคำคัดค้านว่า เป็นสามัญสำนึกของคนที่ปฏิบัติหน้าที่ทางการเมือง เข้าใจความรู้สึกของสมาชิกรัฐสภา ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ที่อยากทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ตนลงนามในหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรมจริง แต่ไม่ใช่หนังสือส่งคน เป็นการแจ้งความประสงค์ของส.ส. ที่อาสาจะไปช่วยงานในกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อมีคนทักท้วงว่าขัดต่อกฎหมาย ตนไม่ได้ดื้อและขอรับหนังสือคืน โดยที่รมว.วัฒธรรมไม่ได้เปิดอ่าน ไม่ได้สั่งการใดๆตามหนังสือดังกล่าว ไม่มีส.ส.ไปทำงานที่กระทรวงวัฒนธรรมแม้แต่คนเดียว และกรณีนี้กกต.ได้วินิจฉัยยกคำร้องแล้ว ตามที่ป.ป.ช มีมติว่าสิ่งที่ตนดำเนินการไปถือว่าก้าวก่ายแทรกแซง และเป็นความผิดสำเร็จแล้ว แต่หลักกฎหมายทั่วไปต้องยึดความเที่ยงธรรม ยุติธรรมเป็นหลัก หากตนทราบว่าผิดกฎหมายก็จะไม่ฝ่าฝืน ที่ป.ป.ช.ระบุว่าตนมีเจตนาพิเศษเพื่อประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส. และเรื่องฐานคะแนนเสียงนั้น เป็นการแปลเจตนาตนคลาดเคลื่อน ไม่มีเจตนาพิเศษ ไม่มีเถยยจิต(เถ-ยะ-จิต)จิตเป็นโจร ไม่คิดร้าย
 

นายสุเทพกล่าวว่า และคำสั่งศาลรธน. ที่ 17/2555 ยกคำร้องกรณีพล.ต.อ.ประชา ซึ่งตนเห็นว่าสิ่งที่ป.ป.ช.พูดถึงหน้าที่ของส.ส. ไม่เหมือนกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้ หนังสือที่ตนทำไปไม่มีอะไรเป็นผลประโยชน์ส่วนตัว และผลของหนังสือไม่ได้ทำให้รัฐหรือสาธารณะเสียประโยชน์ นอกจากนี้ขอบเขตหน้าที่ของรองนายกฯที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ ต้องมีการหารือกับรัฐมนตรีประจำกระทรวงนั้น เพื่อให้งานกระทรวงเดินไปด้วยดี หากการมีบันทึกหารือระหว่างกัน กลายเป็นประเด็นที่จะมีปัญหา ตนเกรงว่ากรณีที่รองนายกฯในรัฐบาลปัจจุบัน ที่รับผิดชอบความมั่นคง ทำหนังสือเชิญส.ส.ภาคใต้มาหารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็จะเป็นกลายเป็นปัญหา หรือในกรณีที่มีสาธารณภัยอย่างที่เกิดขึ้น จะเป็นปัญหาเช่นเดียวกัน
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังการแถลงเปิดคดีและคำแถลงคัดค้านของทาง ป.ป.ช.และฝ่ายสุเทพจบลง ที่ประชุมได้พิจารณาคัดเลือกคณะกรรมาธิการซักถาม โดยประธานฯแจ้งว่าการเลือกถือว่าอาจเป็นประโยชน์ได้เสียของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย จึงขอให้เป็นการประชุมลับ โดยใช้เวลา 40 นาที ก่อนจะให้ความเห็นชอบมีกรรมาธิการซักถาม 8 คน ขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ประธานที่ประชุม ได้แจ้งว่าคณะกรรมาธิการฯจะเริ่มประชุมทันทีในวันนี้(7ก.ย.) และตนจะนัดประชุมครั้งต่อไปวันที่ 11 ก.ย. โดยจะเป็นการซักถามผ่านกรรมาธิการซักถาม ส.ว.ฟังเพียงอย่างเดียวไม่มีสิทธิซักถาม และจะเปิดให้คู่กรณีแถลงปิดคดี หากแถลงด้วยวาจาก็จะนัดประชุมวันที่ 17 ก.ย.เลย และนัดลงมติได้ในวันที่ 18 ก.ย.นี้
 



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0