อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

'อุโมงค์แม่น้ำคันดะ' หนึ่งในระบบจัดการน้ำ'กรุงโตเกียว'

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญกับอิทธิพลรุนแรงของภัยธรรมชาติบ่อยครั้ง และหนึ่งในวิธีบริหารจัดการที่น่าสนใจ คือการวางโครงสร้าง "แม่น้ำใต้ดิน" จากฝีมือมนุษย์ หนึ่งในนั้นคือ "อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินขนาดยักษ์หมายเลข 7" หรือ "อุโมงค์แม่น้ำคันดะ" อาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562 เวลา 07.30 น.

พัฒนาการของความเจริญในทุกด้านของกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นไปอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ส่งผลเส้นทางไหลเวียนของน้ำตามธรรมชาติ และโครงสร้างของดินในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ราบลุ่ม ทำให้กรุงโตเกียวได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติมาแล้วหลายครั้ง รุนแรงมากน้อยต่างกันไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพยายามหาทางแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด
 
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 เป็นหนึ่งในโอหาสที่ผู้เขียนได้รับเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เชิญไปทัศนศึกษาดูงานโครงการพัฒนาหลายแห่งในกรุงโตเกียว และหลายจังหวัดบนเกาะฮนชู ซึ่งหนึ่งในโครงการน่าสนใจ และเชื่อว่าตอนนี้กำลัง "ทำงานอย่างหนัก" ร่วมกับระบบเก็บน้ำอีกหลายแห่งในพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นฮากิบิสให้ได้มากที่สุด คือ "อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินขนาดยักษ์หมายเลข 7" หรือ "อุโมงค์แม่น้ำคันดะ"
 
อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินขนาดยักษ์หมายเลข 7 ทอดตัวอยู่ในพื้นดินที่เบื้องบนเป็นถนนวงแหวนหมายเลขเดียวกัน ใกล้กับแม่น้ำคันดะ เป็นหนึ่งในโครงการด้านความปลอดภัยสาธารณะของสำนักงานเทศบาลกรุงโตเกียว เพื่อป้องกันอันตรายและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในยามที่ต้องเผชิญกับพายุกำลังแรงที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วม โดยโครงการก่อสร้างเริ่มขึ้นเมื่อปี 2531 หลังใช้เวลาวางแผนและศึกษาอย่างละเอียดนานถึง 3 ปี และเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมาสำหรับเฟสแรก และเฟสสองเริ่มใช้งานตั้งแต่ปี 2548


Tokyo Metropolitan Government
 
อุโมงค์คันดะมีความยาวรวมทั้งสองเฟสเป็นระยะทาง 30 กิโลเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน 12.5 เมตร และ 13.7 เมตร หากวัดจากภายนอก ส่วนอุโมงค์เฉพาะส่วนที่เก็บน้ำมีความยาว 4.5 กิโลเมตร สามารถรองรับน้ำฝนที่ตกในปริมาณสูงสุด 50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง และเก็บกักน้ำได้สูงสุด 540,000 ลูกบาศก์เมตร ที่ไหลจากแม่น้ำคันดะซึ่งมีความยาว 24.6 กิโลเมตร และแม่น้ำเซนปุคุจิ หนึ่งในทางน้ำสายย่อยของน้ำคันดะ ไหลผ่านเขตชินจุกุ โทชิมะ และบันเกียว ในกรุงโตเกียว ขณะที่ที่ราบลุ่มแม่น้ำคันดะมีอาณาเขต 105 ตารางกิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่ลุ่มขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงของญี่ปุ่น
 
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเทศบาลกรุงโตเกียวเผยว่า โครงการก่อสร้างอุโมงค์แห่งนี้สามารถเอื้อประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างมาก และ ช่วยบรรเทาความเสียหายของพื้นที่การเกษตรเนื่องจากระบบการทำงานของอุโมงค์มีบทบาทสำคัญในการช่วยรองรับน้ำส่วนเกินที่แม่น้ำคันดะไม่สามารถระบายได้ไหว โดยน้ำส่วนเกินสามารถไหลเข้าสู่ระบบเก็บกักของอุโมงค์ได้ทั้งหมด ก่อนปล่อยออกสู่อ่าวโตเกียวต่อไป


 
กรุงโตเกียวเผชิญกับอิทธิพลรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 11 เมื่อปี 2536 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างยิ่งให้แก่ที่ราบลุ่มแม่น้ำคันดะ ตามด้วยพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 22 ที่ถล่มกรุงโตเกียวเมื่อปี 2548 อย่างไรก็ตาม การเสริมความแข็งแรงของคันกั้นน้ำตลอดแนวชายฝั่งแม่น้ำคันดะและแม่น้ำสายรอง รวมถึงการถือกำเนิดของอุโมงค์รับน้ำที่แม้ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ แต่สามารถบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ไม่น้อย
 
ทั้งนี้ โครงสร้างการทำงานของอุโมงค์คันดะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1) ศูนย์รับน้ำ ทำหน้าที่เปลี่ยนเส้นทางของกระแสน้ำให้ไหลจากแม่น้ำเข้ามายังอุโมงค์ใต้ดิน โดยอาศัยการทำงานของเครื่องมือสำคัญที่รวมถึงเครื่องสูบน้ำและพัดลมระบายอากาศ 2) อ่างเก็บน้ำที่แน่นอนว่าเป็นส่วนสำคัญมาก เนื่องจากทำหน้าที่เก็บน้ำทั้งหมดที่ไหลลงมาจากด้านบน และ 3) ศูนย์ควบคุม ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการทุกอย่างภายในอุโมงค์



นอกจากการป้องกันน้ำท่วมและความเสียหายอื่นจากพายุ โดยอาศัยการทำงานของอุโมงค์คันดะแล้ว สำนักงานเทศบาลกรุงโตเกียวยังมีโครงการป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ที่อาจเป็นผลจากการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่รวมถึงการก่อสร้างเขื่อนดักตะกอน อุโมงค์ผันเส้นทางลาวา และกำแพงกันดิน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอีกหลายแบบ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากดินถล่ม และการปะทุของภูเขาไฟ

สำนักงานเทศบาลกรุงโตเกียวยืนยันว่า การก่อสร้างอุโมงค์คันดะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน และวัสดุสำหรับการก่อสร้างไม่จำเป็นต้องสั่งทำเป็นพิเศษหรือมีราคาแพงจนเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมืองใดก็ตามที่ต้องการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ ควรเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองและโครงข่ายของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เป็นระเบียบ โดยนอกเหนือจากกรุงโตเกียวแล้ว เมืองใหญ่อีกหลายแห่งในญี่ปุ่นมีอุโมงค์ลักษณะนี้เช่นกัน อาทิ เมืองโอซากา.

---------------------------------

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป

เครดิตภาพ : AFP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 38