อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

"เตนล์"เด็กไทยดังไกลแดนกิมจิ มุ่งพัฒนาสะสมประสบการณ์

เมื่อพูดถึงอีกหนึ่งไอดอลเกาหลีสายเลือดไทย ที่กำลังสร้างชื่อเสียงโด่งดังในขณะนี้ หนึ่งในนั้นก็คือหนุ่ม เตนล์-ชิตพล ลี้ชัยพรกุล สมาชิกบอยแบนด์ดาวรุ่งสุดฮอต “เอ็นซีที” พฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 06.02 น.

เมื่อพูดถึงอีกหนึ่งไอดอลเกาหลีสายเลือดไทย ที่กำลังสร้างชื่อเสียงโด่งดังในขณะนี้ หนึ่งในนั้นก็คือหนุ่ม เตนล์-ชิตพล ลี้ชัยพรกุล สมาชิกบอยแบนด์ดาวรุ่งสุดฮอต “เอ็นซีที” ซึ่งจากวันแรกที่รู้จักเขาในฐานะเด็กฝึก “เอสเอ็ม รุกกี้ส์” มาในตอนนี้เตนล์มีผลงานออกมาให้แฟน ๆ ได้ชื่นชมไม่น้อย ล่าสุด “ฮานึล” ได้มีโอกาสพูดคุยกับหนุ่มเตนล์แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟถึงเรื่องราวต่าง ๆ บนเส้นทางเคป๊อปเลยไม่พลาดนำมาฝากแฟน ๆ กัน ซึ่งบอกได้เลยว่ามุมมองความคิดเตนล์ในวันนี้เติบโตขึ้นมากเลยทีเดียว

หลังจากเดบิวต์เป็นไอดอลเกาหลีเต็มตัวในฐานะสมาชิก “เอ็นซีที” ณ ตอนนี้ที่ได้ยินคนพูดว่านี่ไง “เตนล์ เอ็นซีที” รู้สึกยังไง?

“ตอนแรก ๆ ก็ยังไม่คุ้นกับคำว่าเตนล์ เอ็นซีที นะครับ เพราะทุกคนจะเรียกผมว่าเตนล์ เอสเอ็ม รุกกี้ส์ รวมถึงที่ไทยด้วย แต่หลังจากที่ได้เดบิวต์ในวงเอ็นซีที ตอนนี้ผมรู้สึกดีใจมากเลยนะที่เราได้มีชื่อวงเป็นของตัวเองแล้ว (ยิ้ม) ได้มีซิกเนเจอร์ของพวกเราเอง คือการที่เรียกชื่อของเราและมีคำว่า “เอ็นซีที” เติมด้านหลัง มันทำให้ผมปลื้มมาก เหมือนสิ่งที่เราพยายามได้ประสบความสำเร็จไปแล้วจุดนึง แต่สำหรับเตนล์นี่เป็นแค่เป็นจุดเริ่มต้นครับ”

หลังจากที่เป็นเด็กฝึก มาวันนี้ที่ได้ยืนอยู่บนเวทีจริง ๆ รู้สึกยังไงและคิดว่าตัวเองได้เรียนรู้พัฒนาขึ้นในแง่ไหนบ้าง?

“คือตอนเป็นเด็กฝึกมันก็มีหลายครั้งนะครับที่เราได้ขึ้นเวทีโชว์ในฐานะเอสเอ็ม รุกกี้ ดังนั้นพอได้ขึ้นเวทีหลังเดบิวต์ความตื่นเต้นผมก็อาจไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรามีเพลงของตัวเองแล้ว และเราต้องมาแสดงเพลงของเราเอง นั่นทำให้ผมรู้สึกว่าเราต้องโชว์ความเป็นตัวเองให้แฟน ๆ ได้เห็น ส่วนเรื่องการพัฒนาน่าจะเป็นเรื่องความมั่นใจ เพราะตอนเป็นเด็กฝึกผมว่าตัวเองก็มีความมั่นใจนะ แต่มันยังไม่ได้เยอะมากขนาดนั้น เราทำไปตามที่เขาจัดเอาไว้ แต่พอหลังจากเดบิวต์แล้วเวลาที่เราแสดงบนเวทีเราก็ได้ไปตามอารมณ์ตัวเองมากขึ้น นอกจากนี้ผมยังได้ฝึกซ้อมสม่ำเสมอ เพื่อโชว์ที่ดีขึ้นในทุกครั้งด้วยครับ”



แล้วตอนนี้ปรับตัวเรื่องการใช้ชีวิตให้เข้ากับที่เกาหลีมากขึ้นหรือยัง?

“ตอนนี้ปรับได้เยอะมาก ๆ เลยครับ ส่วนเรื่องที่เราต้องปรับอีกก็คงเป็นเรื่องของภาษา จริง ๆ ตอนนี้มันก็ได้ในระดับนึงแล้วล่ะ แต่เตนล์อยากพูดให้คล่องมากกว่านี้ อยากรู้ศัพท์เยอะกว่า รวมทั้งเรื่องสำเนียงก็อยากปรับให้มันชัดกว่านี้ แต่เรื่องอาหารการกิน สำหรับเตนล์ไม่มีปัญหาเลยครับ (ยิ้ม)”

ช่วงเวลาที่เหนื่อยหรือท้อตอนอยู่ที่เกาหลี คือตอนไหน และเอาชนะช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้ยังไง?

“ช่วงที่ท้อสุด ๆ สำหรับเตนล์คือตอนที่เป็นเด็กฝึกครับ เพราะเราอยากได้ผลแบบนี้ แต่บางครั้งสำหรับการฝึกมันก็ไม่ใช่ว่าฝึกแค่วันสองวันแล้วจะได้ตามที่ตัวเองต้องการ ช่วงนั้นผมอึดอัดกับตัวเองมากเลยว่าทำไมไม่ได้ตามที่ตัวเองต้องการสักที แต่หลังจากเดบิวต์เตนล์เลยได้รู้ว่าการเก่งบางอย่างมันต้องค่อย ๆ เก็บสะสมทีละนิด และเราต้องรู้ตัวเองด้วยว่าทำถูกรึยัง ไม่ใช่ว่าจะหักโหมตัวเองเกินไป ดังนั้นผมว่าเราค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำไป นั่นน่าจะเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว ส่วนเวลาเหนื่อย ๆ วิธีเอาชนะช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างแรกเลยคือการได้พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ครับ และผมจะคิดเสมอว่าก่อนที่จะมาเกาหลีเป้าหมายเราคืออะไร ทำไมเราถึงอยากทำด้านนี้ พอได้คิดแบบนั้นมันก็เหมือนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราไปต่อได้”

มีเพื่อนหรือศิลปินรุ่นพี่ในค่ายคนไหน ที่คอยให้คำปรึกษาเราเป็นพิเศษบ้าง?

“จริง ๆ พี่ทุกคนเขาก็เอ็นดูเรา มาคุยด้วย ส่วนใหญ่ที่เข้ามาคุยก็คือพี่ซีวอน วงซูเปอร์ จูเนียร์ อย่างตอนวันตรุษจีนของเมืองไทย ที่เกาหลีก็จะตรงกับวันซอลลัลหรือวันตรุษเกาหลี (ลูนาร์ นิว เยียร์) ตอนนั้นพี่เขาก็ซื้อข้าวให้รุ่นน้องที่เป็นต่างชาติทุกคนให้มากินด้วยกันครับ ส่วนพี่แทมิน ชายนี่ ก็จะคอยมาให้คำแนะนำและคอยเทคแคร์ ตอนแรก ๆ พี่ซีวอนก็มีมาพูดภาษาไทยกับผมว่า “สวัสดีครับ” ด้วย แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้พูดแล้วครับ (หัวเราะ)”

หากได้ออกดูเอ็ท อยากทำเพลงกับใครมากที่สุด?

“โอ มีหลายคนเลยนะเนี่ย (ยิ้ม) สำหรับศิลปินเกาหลีถ้ามีโอกาสผมก็อยากทำเพลงกับพี่แทมิน ชายนี่ครับ เพราะเตนล์เห็นพี่แทมินเป็นแบบอย่าง อยากเก่งแบบพี่เขา ส่วนถ้าเป็นเพื่อนสมาชิกในวง ผมอยากลองทำเพลงกับทุกคนเลย เพราะแต่ละคนก็มีบุคลิกที่ไม่เหมือนกัน มีแนวเพลงที่ชอบแตกต่างกัน ถ้าได้ลองทำด้วยกันสีสันของงานเพลงก็คงแตกต่างกันไป ผมเลยอยากลองทำกับทุกคน ซึ่งถ้าได้ดูเอ็ทส่วนตัวเตนล์อยากทำแนวป๊อป อาร์ แอนด์ บี จังหวะกลาง ๆ หน่อยครับ”



ถามถึงประสบการณ์ที่ได้ไปแสดงในรายการ “ฮิต เดอะ สเตจ” หน่อย?

“มันเป็นที่แรกที่เตนล์ได้โชว์การเต้นเดี่ยวได้ครับ ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันนะ เพราะหลังจากเดบิวต์แล้วการแข่งขันก็สูง เราต้องเจอพี่ ๆ ศิลปินวงอื่นมาแข่งเต้นกัน แรก ๆ เตนล์กดดันมากเลย (ยิ้ม) แต่พอได้โชว์บนเวทีมันรู้สึกปลดปล่อย สนุกมาก พอได้มาทำรายการนั้นเตนล์รู้ตัวเองเลยว่าชอบการเต้น ก่อนหน้านี้มันก็มีบางทีนะที่คิดว่าเต้นแล้วมันเหนื่อย แต่พอได้แสดงการเต้นนั้นแล้วก็รู้เลยว่าเราชอบมันจริง ๆ ครับ”

คิดว่าได้เรียนรู้อะไรจากบนเวที “ฮิต เดอะ สเตจ” บ้าง และชอบโชว์ไหนของตัวเองมากที่สุด?

“ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงครับ เพราะตอนที่เคยเป็นเอสเอ็ม รุกกี้ส์ เตนล์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเรามีปัญหาในการแสดงออกทางสีหน้าตอนโชว์ แต่พอมาออกรายการนี้กล้องจะจับเตนล์เยอะ คือเตนล์ว่าถ้าพยายามใคร ๆ ก็เต้นเก่งได้ พัฒนาตัวเองได้นะ แต่สิ่งสำคัญก็คือการแสดงออกทางสีหน้าครับ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะคนเราไม่สามารถแสดงได้เหมือนกัน มันมีตัวตนของเราเอง ตอนนั้นเตนล์ก็แสดงไปและพยายามหาตัวตนของเราให้มากขึ้น ซึ่งเตนล์เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นด้วย ส่วนโชว์ของตัวเองที่ชอบมากที่สุดบนเวทีคือโชว์แรก ที่ชื่อว่า “เดวิล” ครับ และอีกอันคือโชว์ที่ได้รางวัลที่ 1 คือ “เดอะ ธันเดอร์” เป็นโชว์คล้ายวงออเคสตร้า แล้วตัวผมเป็นคอนดักเตอร์ควบคุมการแสดง ที่เตนล์เลือกโชว์นั้นเพราะว่าส่วนใหญ่เราเต้นเยอะมาก และในบางครั้งเราก็อยากท้าทายตัวเอง ซึ่งโชว์นั้นเต้นเยอะเหมือนกันแต่หลัก ๆ แล้วจะเป็นการแสดงออกทางสีหน้า มันเหมือนเป็นท้าทายสิ่งที่เราอยากพัฒนา แต่เอาจริง ๆ เตนล์ก็ชอบทุกโชว์ของตัวเองนะ เพียงแต่ 2 โชว์นั้นเป็นโชว์ที่เราทำแล้วสนุกที่สุด ได้ปลดปล่อยมากที่สุดครับ (ยิ้ม)”

ถามถึงสมาชิก “เอ็นซีที” บ้าง เพื่อนคนไหนพูดภาษาไทยเก่งที่สุด?

“เรื่องสำเนียงเตนล์ว่าพี่แทยงครับ ส่วนมาร์คก็พูดเก่งอยู่นะ ถ้าฝึกหน่อยเขาน่าจะพูดชัดเลยล่ะ จริง ๆ เตนล์ก็ไม่เชิงสอนพวกเขาหรอกครับ แต่เหมือนเวลาที่พี่เขามีอะไรที่สงสัยก็จะมาถามว่าอันนี้พูดยังไง อย่างพี่แทยงจะพูดว่า “สวัสดีครับ ผมชื่อแทยงครับ” บ่อยที่สุด (ยิ้ม) ส่วนภาษาไทยที่เตนล์สอนพวกเขาส่วนใหญ่ก็จะเป็นคำนับเลข เช่น พี่แทยงมาไทย ผมก็สอนนับเลขไทย สอนวิธีสั่งอาหาร สั่งน้ำ ผมจะพยายามสอนคำที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ”

เรายังมีความฝันอะไรที่อยากทำให้สำเร็จอีกรึเปล่า?

“ในอนาคตถ้ามีโอกาสเตนล์อยากวาดรูปเยอะ ๆ แล้วเปิดแกลเลอรีของตัวเอง เอาภาพที่เตนล์วาด รูปที่เตนล์ถ่ายไปแสดงให้คนเข้าดูกันจริง ๆ ผมชอบวาดรูปอยู่แล้ว เมื่อก่อนเคยเรียนวาดภาพแล้วหยุดไป ตอนนี้เริ่มกลับมาเรียนอีกครั้ง ส่วนใหญ่เตนล์ชอบวาดรูปสเกตช์แนวขาวดำรูปที่เตนล์วาดอาจไม่สวยมาก (ยิ้ม) แต่ละรูปมันจะเป็นสิ่งที่ผมคิดอยู่ในตอนนั้น ซึ่งภาพที่เตนล์ชอบที่สุดก็มีหลายรูป คือเตนล์ชอบดอกไม้มากเลยนะ และรูปที่ชอบที่สุดก็คือรูปดอกไม้กับผีเสื้อ และมีผึ้งเข้ามาด้วย มันมีความหมายในตัวของมัน แต่ผมยังไม่เคยวาดรูปเพื่อน ๆ ในวงเลยครับ (ยิ้ม)”

มีคติที่ใช้ในการทำงานบ้างมั้ย?

“สิ่งที่เตนล์คิดตลอดก็คือทำให้เต็มที่ ถ้าเราอยากได้อะไรก็ต้องพยายาม ไม่ใช่นั่งรอโอกาสเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องควบคู่ทั้งสองอย่าง เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าโอกาสจะมาเมื่อไหร่ ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือเราต้องซ้อมอย่างเต็มที่ เพื่อจะเตรียมตัวเอาไว้ก่อนเสมอครับ”



เห็นเราได้เดินทางกลับมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วย เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟังหน่อย?

“ตอนนั้นเตนล์อยู่ที่เกาหลีแล้วก็ได้เห็นข่าวพระองค์เสด็จสวรรคต ตอนนั้นผมก็ช็อก พี่เมเนเจอร์ก็เข้ามาคุยมาเป็นอะไรรึเปล่า โอเคมั้ย จากนั้นเตนล์ก็โทรฯ หาคุณแม่อยากกลับมาเมืองไทย อยากกลับมากราบในหลวงรัชกาลที่ 9 แม่ก็อยากให้กลับเหมือนกัน เราเลยคุยกับทางค่าย ซึ่งทางค่ายก็ยินดีถ้าเราอยากกลับ วันนั้นเตนล์ได้มาต่อแถวตั้งแต่ 6 โมงเช้ากับคุณแม่ น้องและพี่สตาฟฟ์ด้วย และเราก็ได้ลงนามแสดงความอาลัย ผมก็เสียใจมาก รู้สึกโล่ง ๆ เหมือนมีอะไรหายไป วันนั้นที่ได้มากราบพระองค์เราก็เหมือนได้มาถวายความเคารพพ่อหลวงครับ”

เมื่อพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เรามีความประทับใจพระองค์ในเรื่องใดบ้าง?

“เตนล์รู้ว่าพระองค์ทรงทำเพื่อประชาชนคนไทยหลายอย่างมาก แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการโครงการฝนหลวง เพราะประเทศไทยนั้นข้าวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และประเทศไทยเรามีชาวนาเยอะ พระองค์ทรงทำให้เห็นว่าทรงรักและเป็นห่วงประชาชนชาวไทยมากจริง ๆ ครับ”

ใกล้ถึงวันเกิดแล้วหากได้รับพรวิเศษ 1 ข้อในวันเกิดอยากขออะไร?

“เตนล์ขอให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำในอนาคตอีกครับ และขอให้เอ็นซีทีมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก สมาชิกทุกคนในวงคิดอยากทำอะไร ก็ขอให้ทุกคนทำได้อย่างราบรื่น (ยิ้ม)”

สุดท้ายอยากบอกอะไรกับแฟนไทย คนที่คอยสนับสนุนเรามาโดยตลอดบ้าง

“ขอบคุณที่คอยติดตามเตนล์และเอ็นซีทีทุกคน ขอบคุณที่คอยสนับสนุนพวกเราทุกผลงาน และอยากให้เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย อนาคตถ้าเตนล์และเอ็นซีทีจะตอบแทนและขอบคุณแฟน ๆ ได้ ก็คงจะเป็นผลงานของเรา ที่เราขยันทำงานให้มากขึ้น เพื่อจะมีผลงานดี ๆ มามอบให้แฟนชาวไทยครับ”

ณ วันนี้ เตนล์ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นอีกความภูมิใจของไทย และแม้จะไปโด่งดังที่เกาหลี แต่เขาก็ไม่เคยลืมสิ่งสำคัญของไทย ซึ่งถึงเตนล์จะอายุยังน้อยและมีหนทางอีกมากมายที่ท้าทาย แต่เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่เขามี จะทำให้เขาเป็นดวงดาวที่ส่องประกายโดดเด่นในวงการเคป๊อปได้ยาวนานแน่นอน.

............................................................
"ฮานึล"

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 2.19K