อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2565

แฉหลักสูตรซ่อมเครื่องบิน ขายฝันนศ.เชื่อสูญนับแสน

อดีตนักศึกษา ม.ดัง ร้อง "เดลินิวส์ออนไลน์" หลงเชื่อหลักสูตรขายฝัน "ช่างซ่อมเครื่องบิน" สูญเงิน 3 แสน โอดร้อง สกอ. จนเปลี่ยนเป็น อว. แต่ไร้คืบ ทวงถามมหา'ลัย กลับตอบเบี่ยงประเด็น ศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 08.00 น.


นับเป็นอีกอาชีพที่ยังคงขาดแคลน สำหรับ “อาชีพช่างซ่อมบำรุงอากาศยาน” จนกลายเป็นสายงานที่ได้รับความสนใจมากขึ้น และสถาบันการบินหลายแห่ง ทั้งของรัฐและเอกชนก็ได้เปิดหลักสูตรดังกล่าว เพื่อป้อนแรงงานเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดวันที่ 2 ส.ค. เดลินิวส์ออนไลน์ ได้รับการร้องเรียนจาก นายต้น (นามสมมุติ) อดีตนักศึกษาสถาบันการบินของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อประมาณ 3ปีที่ผ่านมา ตนตัดสินใจเลือกที่จะสมัครเรียนในสาขาวิชาซ่อมบำรุงเครื่องบิน เป็นรุ่นที่ 2 หลักสูตรอินเตอร์ (ประกาศนียบัตร (Non-Degree) ตามมาตรฐาน EASA ซึ่งเป็นหลักสูตรยุโรป ในปี พ.ศ.2559 เนื่องจากเห็นว่ามหาวิทยาลัยน่าเชื่อถือและเป็นสาขาที่ปัจจุบันกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน เมื่อจบแล้วจะมีใบรับรอง (certificate) ให้อีกด้วย โดยเก็บค่าคอร์สอยู่ที่ 490,000 บาท แต่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ไม่มีใบเสร็จ ทั้งนี้สามารถแบ่งจ่าย 4 งวด ภายในระยะเวลา 2 ปี วันแรกที่ตนขึ้นทะเบียนจ่ายไป 150,000 บาท และในเดือนที่ 6 จ่ายอีก 140,000 บาท



“แรก ๆ มีอาจารย์จากประเทศเยอรมัน บินมาสอนที่ไทย หลังจากนั้น 1 ปีก็เริ่มนำอาจารย์คนไทยมาสอน จนพบว่าหลักสูตรนี้มีปัญหามากมาย อาจารย์คนไทยไม่ได้มีไลเซนส์ด้านนี้เลย บางครั้งแจกกระดาษทำไมด์แม็ป แต่อาจารย์ไม่ได้สอน และไม่ได้สอนเป็นภาษาอังกฤษ จัดซื้อเครื่องลากเครื่องบิน ทั้ง ๆ ที่เครื่องบินขยับไม่ได้ จัดซื้อแหล่งจ่ายไฟ แต่เครื่องยนต์เครื่องบินถูกถอดระบบไฟฟ้าใช้การไม่ได้ โทวบาร์ เสื้อสะท้อนแสงพร้อมไม้อาณัติสัญญาณแสงหลายชุด เครื่องมือบางประเภทไม่ควรซื้อก็จัดซื้อ หรือการหยุดยาว 2 สัปดาห์ไม่เป็นไปตามแผน จันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. หนักเข้าหยุดติดกัน 1-2 เดือนก็มี” อดีตนักศึกษารายนี้ กล่าวให้ฟัง

นายต้น ยังระบุอีกว่า เงินที่ได้จ่ายไปแต่ไม่ได้คุณภาพตามที่โฆษณาชวนเชื่อเหมือนขายฝัน ซึ่งเงินก้อนนี้เป็นเงินที่สูงมาก ๆ สำหรับบางคน ต้องไปกู้ยืมมา บางคนก็เป็นเงินเก็บทั้งชีวิตที่แม่เก็บไว้เพื่อให้ลูกเรียน แต่กลายเป็นว่าถูกหลอก และสิ่งที่ตนได้ตั้งข้อสังเกตและเป็นที่น่าสงสัยก็คือ อาจารย์รุ่นแรกที่มีรายชื่อปรากฏตามเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย 12-14 ท่าน ลาออกเหลือ 2 ท่านทำให้ ผอ.สถาบัน ต้องไปหาอาจารย์ชุดใหม่มาทำงานแทนครบ 1 ปี ลาออกหมดเหลือ 1 ท่าน ที่สำคัญ ผอ. ลาออกด้วย อาจารย์ที่ยังอยู่ต้องรักษาการนานถึง 6 เดือน และมีอาจารย์ชุดที่ 3 เข้ามาใหม่ นักศึกษา 5-6 รุ่นจึงแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่เรียนก็ดี กลุ่มที่อยู่ตรงกลางไม่กล้าทำอะไร และกลุ่มร้องเรียนและลาออก



ทั้งนี้อดีตนักศึกษาคนดังกล่าว ได้เข้าพบอธิการบดีตั้งแต่เดือน ม.ค. 2561 เพื่อสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ด้วยวาจา และทำหนังสือร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยนายต้น อ้างว่าอธิการบดีแก้ปัญหาโดยส่งข้อร้องเรียนทั้งฉบับ ผอ.สถาบันการบิน ได้พิจารณา และได้เรียกนักศึกษาเฉพาะกลุ่มผู้ที่ร้องเรียนเข้าไปเจรจา ยื่นข้อเสนอกลับมาว่า ยินดีจะชดใช้ตามใบเสร็จจ่ายจริง แต่จำพวกค่าใช้จ่ายและอุปกรณ์การเรียนต่าง ๆ ไม่ครอบคลุม ด้วยการแจ้งว่าทางมหาวิทยาลัยจะออกเงินกู้ให้ โดยไม่ระบุวันที่ต้องมาคืน หรืออีกวิธีมอบทุนให้แก่นักศึกษา ดังนั้นตนจึงได้ร้องขอบันทึกการประชุม แต่ทางมหาวิทยาลัยกลับบ่ายเบี่ยงอ้างว่า นักศึกษาอาจนำเอกสารเหล่านี้ไปฟ้องร้องภายหลังได้ จวบจนบัดนี้เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปปีกว่า ก็ไม่มีการแก้ไขปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น ทั้งทำหนังสือทวงถามไป 3 ฉบับ อธิการบดีก็ยังไม่ยอมลงมาสืบสวนหาข้อเท็จจริงจากนักศึกษา

“ผมจึงได้ทำหนังสือร้องเรียนไปถึงสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตั้งแต่ มิ.ย. 2561 ขณะนี้เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อหวังให้มีการตรวจสอบเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น และขอความเป็นธรรมเพราะไม่อยากให้ใครตกเป็นเยื่ออีก ทาง สกอ. ก็ได้เชิญให้ทางมหาวิทยาลัยมาพบ และให้ทำหนังสือชี้แจงมา แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ตอบแบบเบี่ยงประเด็น โดยส่งโพรไฟล์อาจารย์ผู้สอนมา และโบรชัวร์คอร์ส เมื่อ ทาง สกอ. ทำหนังลือไปยังมหาวิทยาลัยให้ชี้แจงมาใหม่ มหาวิทยาลัยก็ไม่ยอมตอบ ทาง สกอ. ก็ได้แจ้งผมว่า คงทำได้แค่ส่งหนังสือทวงถามไปใหม่ เพราะทาง สกอ. ไม่มีอำนาจในการจัดการควบคุมหลักสูตรฝึกอบรม มีอำนาจเฉพาะในการจัดการหลักสูตรปริญญา” อดีตนักศึกษารายนี้ กล่าวทิ้งท้าย.

ขอบคุณภาพ : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 137