อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 5 กรกฎาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 5 กรกฎาคม 2565

ออมสินชวนลูกหนี้ NPL ปรับโครงสร้างหนี้

ธนาคารออมสินแจงแนวทางพัฒนาชีวิตครู ชวนลูกหนี้เงินกู้ ช.พ.ค./ช.พ.ส.ที่เป็นเอ็นพีแอลเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมย้ำต้องต่อสัญญาประกันชีวิตถ้ายังใช้หนี้ไม่หมด พฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 14.44 น.

วันนี้(19ต.ค.) ที่ ธนาคารออมสิน ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้เปิดแถลงข่าวกรณีที่คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)ได้ยกเลิกกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา(ช.พ.ค.)และฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา กรณีคู่สมรส(ช.พ.ส.) ที่ธนาคารออมสินจัดสรรเงินสนับสนุนเข้ากองทุนฯ ในอัตรา 0.5 – 1% ว่า จากการหารือร่วมกับ นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ โดยได้ข้อสรุปว่า จะมีการทำข้อตกลงร่วมกันใหม่ เพื่อนำเงิน  0.5-1% ที่ธนาคารจ่ายเข้ากองทุนฯ มาเปลี่ยนเป็นจัดสรรเฉลี่ยคืน(Cash Back)ให้แก่ครู  ที่ชำระหนี้ดีครบ 12 งวดติดต่อกัน ซึ่งจากการคำนวณคร่าว ๆ ครูแต่ละคนมีโอกาสได้รับจัดสรรเงินเฉลี่ยคืนปีละ ประมาณ 8,000-10,000 บาทต่อมูลหนี้ 1,000,000 บาท



ดร.ชาติชาย กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีที่ครูไม่ประสงค์นำเงิน ชพค.มาเป็นหลักประกันก็สามารถเปลี่ยนหลักประกันมาเป็นหลักทรัพย์อื่นได้  เช่น โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าไม่น้อยกว่า  700,000 บาท เป็นต้น  อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีครูฯ เข้าโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตครูฯ ร่วมกับธนาคารออมสินทุกโครงการรวมกว่า  475,000 บัญชี เป็นเงินกว่า 400,000 ล้านบาท เป็นหนี้เสีย(NPL)9,250 คน เป็นเงิน 5,432 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ได้มีการยื่นฟ้องไปแล้ว 2,000 กว่าคน เหลืออีก 7,000 กว่าคนกำลังยื่นหนังสือทวงถามให้มาชำระหนี้ (โนติส) ดังนั้น ทางธนาคารขอเชิญชวนครูที่มีปัญหาในการผ่อนชำระหนี้หรือคนที่คิดว่าจะผ่อนชำระไมไหวให้มาติดต่อขอเข้าร่วมโครงกาปรับโครงสร้างหนี้โดยตรงกับทางธนาคารเพื่อให้หนี้กลับมาเป็นหนี้ปกติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตัวของครูเอง
ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ครูมีข้อสงสัยเรื่องการประกันชีวิตเมื่อครบอายุสัญญาการประกันชีวิตตามโครงการเงินกู้ฯเป็นเวลา 9 ปี แล้ว ยังจ่ายเงินกู้ไม่หมด จะต้องทำประกันชีวิตต่อหรือไม่นั้น ตามข้อตกลงในสัญญาตั้งแต่ต้นหากครูเลือกใช้การประกันชีวิตซึ่งไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ต้องทำประกันชีวิตตลอดสัญญาการกู้ แต่เลขาธิการสกสค.ขณะนั้นเสนอว่าให้ทำระยะ 9 ปีก่อน เมื่อครบสัญญาประกันชีวิต 9 ปี ก็ต้องสัญญาอีก 9 ปี ซึ่งเป็นสัญญาเดี่ยว โดยเบี้ยประกันจะคิดตามวงเงินกู้ที่เหลือ ซึ่งการประกันชีวิตเป็นประโยชน์กับครูเพราะไม่มีการตรวจสุขภาพ เมื่อครูเสียชีวิตประกันจะต้องจ่าย 100% เช่นปีที่ผ่านมามีครูเสียชีวิตประมาณ  2,500 คน เมื่อนำเงินช.พ.ค.มาชำระหนี้ ยังมีหนี้เหลือ 700 ล้านบาท แต่มีเงินประกันชีวิตคุ้มครอง 2,100 ล้านบาท ทำให้ทายาทได้เงินคืน 1,400 ล้านบาท  ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจกับกระทรวงศึกษาธิการ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 132