อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม 2565

สพฐ.เตรียมแผนเดินงานบุคคลตาม ม.44

"การุณ"เชื่อปรับงานบริหารบุคคลในภูมิภาค ทำให้การทำงานมีเอกภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนที่ทำให้เกิดความล่าช้าได้ ด้าน"จาตุรนต์"สวดยับ สร้างความเสียหายให้การศึกษาชาติ ชี้ควรมุ่งพัฒนาครูและหลักสูตรการเรียนมากกว่า พุธที่ 23 มีนาคม 2559 เวลา 04.24 น.

ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 มีคำสั่ง เรื่อง การขับเคลื่อนการปฎิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค และ เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคนั้น วันนี้ (23 มี.ค.) นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) พร้อมจะขับเคลื่อนและเร่งดำเนินการตามนโยบายและคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้การทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานต่าง ๆ ขององค์กรหลัก ยังขาดการบูรณาการร่วมกัน ดังนั้นเมื่อมีคณะกรรมการการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.)เกิดขึ้น ก็จะทำให้ระบบการทำงานในพื้นที่มีความเชื่อมโยงกัน

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า ขั้นตอนการทำงานตามโครงสร้างการบริหารงานบุคคลรูปแบบใหม่จะมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)เขต 1 ทำหน้าที่เป็นศึกษาธิการจังหวัดและเป็นเลขานุการ กศจ. ส่วน ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาอื่น ๆ ก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม เช่น การประสานงานขับเคลื่อนงานวิชาการ การติดตามประเมินผลและการนิเทศงาน เป็นต้น  ส่วนที่มีข้อห่วงใยว่าการทำงานของบอร์ด กศจ.อาจทำได้ไม่เต็มเวลาและเกิดความล่าช้าในการปฎิบัติ เนื่องจากกรรมบางคนต้องดูแลงานส่วนอื่นด้วยนั้น ในประเด็นนี้ก็จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจขึ้นโดยมีตัวแทนเขตพื้นที่เข้าไปร่วม เพื่อช่วยงานบอร์ด กศจ.

“ระหว่างนี้เพื่อให้การทำงานไม่เกิดสุญญากาศ สพฐ.จะรวบรวมงานที่ยังค้างอยู่ เช่น การสอบบรรจุครูผู้ช่วย การพิจาณาเงินเดือนข้าราชการครู มาจัดทำเป็นข้อมูลไว้รอเสนอให้บอร์ด กศจ.พิจารณา ซึ่งคาดว่าคำสั่งแต่งตั้งบอร์ด กศจ.จะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ยืนยันว่า เขตพื้นที่ฯไม่ได้ถูกลดบทบาทลง ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม เพียงแต่ภาระงานเดิมที่เคยดูโดยเฉพาะเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย การสอบสวนวินัยข้าราชาการจะไปอยู่ที่บอร์ด กศจ.แทน”นายการุณกล่าว  

ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การออกคำสั่งนี้ไม่ได้เกิดจากกระบวนการศึกษา หรือมีงานวิจัยใด ๆ มารองรับ น่าจะมาจากการพูดคุยกันไม่กี่คน โดยขาดการหารือกับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ที่เสนอและผู้ออกคำสั่งขาดความเข้าใจต่อความซับซ้อนของการจัดการศึกษา และขาดความรู้ความเข้าใจต่อประวัติศาสตร์ความเป็นมาของปัญหาการจัดการศึกษาในต่างจังหวัด จึงทำให้แก้ปัญหาไม่ถูกจุดและจะยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ เพราะเรื่องที่ควรทำกลับไม่ยอมทำ โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตร การเรียนการสอน และการพัฒนาครูที่ต้องการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน

“ผมเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ต้องการให้เกิดความเป็นเอกภาพในระดับจังหวัด แต่การมีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น จะเกิดปัญหากรณีการขาดความเข้าใจต่อการจัดการศึกษา ซึ่งไม่แน่ว่าจะเกิดเอกภาพได้จริง เพราะเหมือนเป็นการทำงานที่ไม่มีทิศทาง อีกทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งสังกัดกระทรวงมหาดไทยก็อาจไม่ฟังรัฐมนตรีศึกษาก็ได้ จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาจะล่าช้าออกไปกว่าเดิม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการศึกษาชาติเป็นอย่างมาก”อดีต รมว.ศึกษาธิการกล่าว  



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 181