อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565

กนอ.เตรียมแผนกฎเหล็กล้อมคอกอุบัติภัยเอาจริงโรงงานระเบิด-ปล่อยสารเคมีรั่วไหลซ้ำซาก!!

จันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2555 เวลา 00.00 น.

“ผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่ กวีเอก” นี่คือคำขวัญของจังหวัดระยองจะเห็นได้ว่าคำขวัญของจังหวัดระยองนั้นมีคำว่าอุตสาหกรรมอยู่ด้วยแสดงให้เห็นได้ว่าความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัดปีละหลายล้านบาท มีการเจริญเติบโตทางด้านอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดระยอง แต่เมื่อมีการขยายตัวทางด้านอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่อยู่มาก่อนอุตสาหกรรมจะเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ใน พื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุด นั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับโรงงานปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ที่เกิดขึ้นอยู่ในชุมชนมาบตาพุด แต่โรงงานในพื้นที่มาบตาพุดบางแห่งยังเห็นแก่ตัว สร้างผลประโยชน์กอบโกยผลกำไร แล้วนำเงินกลับสู่ประเทศของตนเองทิ้งขยะเคมีไว้ให้พื้นที่มาบตาพุด โดยไม่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานต่าง ๆ ซึ่งมีกลุ่มคนเข้ามาต่อต้านโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุดแห่งนี้อยู่เป็นประจำ และที่เป็นข่าวใหญ่โตที่เกิดขึ้นในขณะนี้ โรงงานในอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้เกิดระเบิดมีผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย และยังมีสารเคมีรั่วไหลจนทำให้ชาวบ้านตื่นตระหนก ขวัญผวา ต้องอพยพหลบหนีตายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยโดยมี ดร.วีรพงษ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ. ได้สั่งการตรวจเข้มโรงงาน สร้างกฎเหล็กกับโรงงานที่สร้างปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือทำให้เกิดปัญหากับชาวบ้าน เกิดการระเบิดเกิดแก๊สสารเคมีรั่วไหลต้องหยุดขบวนการผลิตปิดโรงงาน เยียวยาชุมชน สร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ให้ได้ ซึ่ง นายประทีป เอ่งฉ้วน ผอ.สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดขานรับนโยบายดำเนินการอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันพ่อเมืองระยอง นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองขานรับนโยบายนายกรัฐมนตรี สร้างวอร์รูมศูนย์ปฏิบัติการเมื่อเกิดเหตุต้องช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่และประเมินสถานการณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อกระจายข่าวให้ชาวบ้านรับทราบตลอดเป็นระยะ ๆ

นายพีระวัฒน์ รุ่งเรืองศรี รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่า มาตรการป้องกันแผนระยะยาวกำลังจัดทำ ทีมงานซึ่งประกอบด้วย การนิคมฯ กรมโรงงาน หน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงซึ่งมีอยู่ประมาณ 80 โรง จากโรงงานที่มีอยู่ทั้งหมด 147 โรง บางโรงอาจจะไม่ได้ทำประเภทอุตสาหกรรมพวกนี้ไม่ค่อยมีความเสี่ยง แต่ถ้าอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงคือ กลุ่มโรงงานปิโตรเคมี หรือเคมีภัณฑ์ กลุ่มโรงงานประเภทนี้จะส่งทีมงานทั้งหมดที่มาจากตัวแทนจากภาคต่าง ๆ ลงพื้นที่ เข้าตรวจสอบแพลนท์แต่ละแห่งของโรงงาน จะไปดูเรื่องของรายงานที่ต้องทำรายงานเรื่องความเสี่ยง เช่น อุปกรณ์เครื่องจักร ภายในระยะเวลา 3 ปี จะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์อะไรบ้าง เราก็จะขอดูเอกสารรายงานประกอบ ว่าเมื่อครบ 3 ปี มีการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือไม่ หากตรวจสอบแล้วมีการเปลี่ยนอุปกรณ์จริงก็จะผ่านให้

แต่ถ้าเมื่อครบกำหนดแล้วรายงานมา แต่ไม่สามารถหาหลักฐานได้ กรณีนี้เขาต้องไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขทันที แต่ถ้าประเมินแล้วมีหลายจุดขึ้นมา เรื่องนี้จะต้องมีการพูดคุยกัน ว่าขบวนการโพเสสต่าง ๆ ของโรงงานมีความเสี่ยง อาจจะต้องถูกหยุดขบวนการผลิต คำว่าถูกหยุดหรือถูกปิดโรงงาน บางคนบอกว่า กนอ. ไปเชิญชวนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่ กนอ. เชิญนักลงทุนอุตสาหกรรมที่มีความใสสะอาด ไม่ได้เชิญชวนอุตสาหกรรมที่ก่อปัญหาเรื่องมลพิษสิ่งแวดล้อม หรือเป็นอุตสาหกรรมที่บางประเทศ    เขาไม่เอาแล้ว กนอ. ก็ไม่เอาเหมือนกัน ในเมื่อประเทศอื่นเขาไม่เอา ทำไมต้องเอาเข้ามาอยู่ที่ บ้านเรา

อุตสาหกรรมที่นี่มีการคัดกรองที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ อาจจะเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันนี้มีมาตรการที่เข้มข้น หลังจากการตรวจสอบ ดูข้อมูลทั้งหมด ก็ต้องมีการประเมินว่าโรงงานมีความเข้มเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ สิ่งแรกเป็นไปตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ กนอ. เชื่อว่าทุกโรงผ่านเกณฑ์หมด แต่กนอ. จะต้องเพิ่มเกณฑ์ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นอีก อย่างกรณีตัวอย่างล่าสุดที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่ง กนอ. เคยซ้อมแผนร่วมกันว่าเมื่อเกิดเหตุภายใน 10 นาที จะต้องแจ้งข้อมูลให้เราทราบ เวลาซ้อมภายใน 5 นาทีเท่านั้นก็แจ้งแล้ว เวลาเกิดเหตุการณ์จริงอย่าว่าแต่ 10 นาที 1 ชั่วโมง ยังไม่แจ้งเข้ามา นี่คือปัญหาหลักแต่ กนอ. วันนี้เรากำลังเพิ่มความเข้มข้นกฎกติกา หากเกิดเหตุการณ์ภายใน 10 นาที ต้องแจ้งข้อมูลให้ กนอ. ทราบแต่ถ้าเลยเวลาออกไปจากนี้ภายใน 3 วัน หรือ 7 วัน

รองผู้ว่าการ กนอ. กล่าวต่ออีกว่า ต่อไปนี้ กนอ. ต้องมีการเอกซเรย์ทุกจุดทุกพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรม รวมทั้งโรงงานที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรมเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไหนก็ตาม มันคือภาพของอุตสาหกรรมที่นี่ ที่สำคัญเมื่อมีการเอกซเรย์แล้ว ต้องมีการติดตามตรวจสอบทุก 3 เดือน เมื่อตรวจพบสิ่งผิดปกติให้รีบสั่งการโดยทันที เหตุการณ์เกิดขึ้นสิ่งแรกคือเจ้าหน้าที่สั่งด้วยวาจาก่อน ยังไม่ต้องรอทำหนังสือ จากนั้นค่อยทำหนังสือตามไป วันนี้ กนอ. จะต้องทำทุกอย่างให้กลับคืนมาสู่สภาพปกติ ในอนาคตหากโรงงานใดเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกซ้ำซากมากกว่า 1 ครั้ง       ก็ต้องเชิญให้บริษัทไปลงทุนที่ประเทศอื่นดีไหม  

ในการลงพื้นที่เพื่อเอกซเรย์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ที่สำคัญคือภาคประชาชนสามารถออกความเห็นได้ว่ามาตรการต่าง ๆ ของโรงงานเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอก็จะให้เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งการ วันนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ คือภาคประชาชน รองลงมาภาคอุตสาหกรรม กนอ. จะมีมาตรการออกมาเป็นระยะ ๆ แต่ละมาตรการที่ออกมาต้องปฏิบัติได้ และจากนี้ไป ใน 3 เดือน 4 เดือนและ 5 เดือน จะเป็นมาตรการระยะยาว ส่วนกรณีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเมื่อเกิดเหตุการณ์ ทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์สิ่งแรกคือเรื่องข้อมูลข่าวสาร วันนี้ กนอ. กำลังตรวจสอบหอกระจายข่าวทั้ง 30 สถานี ผู้ว่าการได้สั่งการเป็นนโยบายว่าต้องไปเพิ่มประสิทธิภาพ เรื่องรัศมีแต่ละหอกระจายข่าวระยะทาง 1 กิโลเมตร ให้ต่อสายลำโพงเพิ่มเข้าไปอีกในแต่ละจุดซึ่งจะเริ่มใช้ได้ในเร็ว ๆ นี้ หากจุดไหนเสียภายใน 2 ชม. ต้องซ่อมให้ใช้การได้ทันที

นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของโรงงานอุตสาหกรรมาบตาพุดนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบเหตุโรงงานระเบิดและมีข้อสั่งการเร่งด่วนให้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล เพื่อเป็นศูนย์กลางแจ้งข่าวที่เป็นจริงไปยังชุมชนได้รับทราบ ในเบื้องต้นจะใช้สถานที่ของเทศบาลเมืองมาบตาพุดจัดทำเป็นศูนย์ดังกล่าว ซึ่งทางเทศบาลเมืองมาบตาพุดได้ทำการศึกษา พร้อมจัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว โดยจะใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านมาบตาพุดวิงวอนขอให้เกิดเหตุนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อสร้างความมั่นใจในชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านที่นี่ต่างก็กลัวว่าจะได้รับอันตราย หรือสูดดมสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย จนในที่สุดต้องรับสภาพ กลายเป็นมะเร็งชนิดรอวันตายแบบผ่อนส่งในที่สุด โดยที่ไม่มีใครต้องการ!!.

มาโนช สนองสุข / ชิงชัย เชิดกลิ่น



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0