อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2565

5 เดือน ต่างชาติทิ้งหุ้นไทยไปแล้ว 6.6หมื่นล้าน

พิษโควิด ความไม่มั่นใจเศรษฐกิจไทย ฉุด 5 เดือน ต่างชาติขายทิ้งหุ้นไทย 6.6 หมื่นล้าน จันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2564 เวลา 18.24 น.

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจากช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติทยอยขายหุ้นไทยไปแล้ว 66,870 ล้านบาท โดยเฉพาะเดือน พ.ค. นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 34,054 ล้านบาท จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบ 3 ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจไทย แม้นักลงทุนในประเทศยังคงมีสถานะเป็นผู้ซื้อสุทธิ 101,236 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 โดยเดือน พ.ค.64 คิดเป็น 48.53% ของมูลค่าการซื้อขายรวม

ทั้งนี้ ปัจจุบันบรรยากาศโดยรวมในตลาดหุ้นไทย 5 เดือนแรก ฟื้นตัวจากปลายปีที่ผ่านมาขึ้นมาแล้ว 10% โดยสิ้นเดือน พ.ค. ปิดที่ 1,593.59 จุด ถือเป็นการปรับขึ้น 0.7% จากสิ้นเดือน เม.ย. จากแรงหนุนการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิดที่เริ่มแพร่หลายโดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้วทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลกชัดเจนมากยิ่งขึ้น อีกทั้งราคาพลังงาน การส่งออกฟื้นตัว เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 64 ของบริษัทจดทะเบียนไทยโดยเฉพาะในกลุ่มที่กำไรแปรผันตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

ขณะที่ กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มธุรกิจการเงินยังเริ่มฟื้นตัว ทำให้เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 109,446 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 63.8% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และใน 5 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 98,859 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการเข้าเก็งกำไรซื้อขายหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่แม้มีความผันผวนสูงแต่ให้ผลตอบแทนดี

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีบริษัทที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายใหม่ที่เข้ามาระดมทุนโดยเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) มากถึง 400,000 ล้านบาท ใน 14 บริษัท จากปกติที่มีการระดมทุนปีละ 30 บริษัท ซึ่งเป็นการระดมทุนสูงสุดหากเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆในอาเซียน ตามด้วยประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม โดยเฉพาะการเข้าจดทะเบียนของ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) บมจ.เงินติดล้อ และ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 14