อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มกราคม 2565

'ผู้ว่าธปท.'คาดเศรษฐกิจฟื้นเท่าก่อนโควิด อาจรอไตรมาสแรก'66

ผู้ว่าแบงก์ชาติ ชี้โควิดรอบสาม พ่นพิษเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาด ลากยาวถึงไตรมาสแรกปี 66 จันทร์ที่ 31 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.10 น.


นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกสามตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และการกระจายวัคซีนที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้คาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยต้องใช้เวลา ซึ่งอาจต้องรอถึงไตรมาสแรกของปี 66 กว่าจะกลับมาสู่ระดับก่อนโควิด จากเดิมที่ ธปท.เคยคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิดในไตรมาส 3 ปี 65 เนื่องจากการระบาดยังเกิดขึ้นอยู่หลายระลอกและผลมาตรการควบคุมยังกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังส่งผลไปถึงกำลังซื้อและกิจกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค ธุรกิจในภาคการค้าและบริการโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีได้รับผลซ้ำเติมต่อเนื่อง ซึ่งความรุนแรงของผลกระทบและความทนทานของธุรกิจต้องวัดกันที่สายป่านเป็นสำคัญ บางธุรกิจที่สายป่านสั้น ต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว หลายธุรกิจขาดรายได้ กระทบสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้ในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกตินี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีจึงต้องการความช่วยเหลือเยียวยาโดยเร่งด่วน

ขณะเดียวกันกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ทำให้ต้องเร่งแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่องของเอสเอ็มอี ไม่ให้ลุกลามไปกว่านี้ โดยภาครัฐและ ธปท. มีบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงภาพรวมของเอสเอ็มอี ออกมาตรการฟื้นฟู และขยายเงื่อนไข เพิ่มกลไก บสย. ในการรองรับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ส่วนสถาบันการเงิน มีบทบาทในการประสานงานและเชื่อมต่อข้อมูลจากผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ และปรับแนวทางการประเมินความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อ

ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ มีบทบาทสำคัญในการประสานความช่วยเหลือระหว่างสถาบันการเงินกับคู่ค้ารายย่อย รวมทั้งสนับสนุนข้อมูลของคู่ค้าที่เดิมยากที่จะเข้าถึงให้กับสถาบันการเงิน เพื่อประกอบการประเมินสินเชื่อและความเสี่ยงให้ได้ภาพครบถ้วนขึ้น และธุรกิจเอสเอ็มอีควรปรับตัวเตรียมพร้อมเพื่อให้อยู่รอดและมีโอกาสที่จะได้รับการสนับสนุนสภาพคล่อง โดยอาจยกระดับการจัดการธุรกิจ เช่น การจัดการเรื่องการเงินและบัญชีให้ได้มาตรฐาน รวมถึงนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยบริหารจัดการต้นทุน กำไร และสต๊อกสินค้าได้ดีขึ้นแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข้อมูลฐานะการเงินของเอสเอ็มอี และเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการพิจารณาความเสี่ยงด้วย

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 18