อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 2 กรกฎาคม 2565

ผ่านฉลุย!! ทดสอบขนรถบรรทุกบนเรือ'สัตหีบ-สงขลา'

“กรมเจ้าท่า” นำรถเทรเลอร์-รถบรรทุกขึ้นทดสอบความพร้อมระบบการขนถ่ายรถบนเรือ The Blue Dolphin เส้นทางเดินเรือ “สัตหีบ-สงขลา” ผ่านฉลุย เสริมความเชื่อมั่นผู้ใช้บริการ เล็งขยายเส้นทางเพิ่มไป จ.ประจวบคีรีขันธ์ หนุนศักยภาพขนส่งทางน้ำ อีอีซีเชื่อมใต้  พฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2564 เวลา 18.27 น.


นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ดำเนินการตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบกติดขัด ลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) และเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า กรมฯ ร่วมมือกับบริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ผลักดันให้เกิดโครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวระหว่าง จ.ชลบุรี กับ จ.สงขลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในด้านความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมสำหรับให้บริการจริงแก่ประชาชน  

โดยจะนำเรือ The Blue Dolphin หมายเลขทะเบียนเรือ 640000020 ขนาดความยาว 136.6 เมตร กว้าง 21 เมตร ขนาด 7003 ตันกรอส สามารถบรรทุกรถ 10 ล้อ ได้ครั้งละ 80 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลได้ 15-20 คัน คนประจำเรือ 30 คน บรรทุกคนโดยสารได้ 586 คน โดยสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 18-20 น็อตมาให้บริการ โดยวันนี้ (27 พ.ค.64) กำหนดการทดสอบการเดินเรือออกจากท่าเทียบเรือบริษัท เซ้าท์เธิร์นโลจิสติกส์ จำกัด ปากร่องน้ำสงขลา เวลาประมาณ 13.00 น. ของวันที่ 26 พ.ค.64 เดินทางถึงท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เวลาประมาณ 11.20 น. ใช้เวลาประมาณ 22 ชม. 20 นาที เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในการนี้ได้ทดลองนำรถเทรเลอร์ จำนวน 1 คัน และรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 1 คัน เพื่อทดสอบความพร้อมของระบบการขนถ่ายรถฯ ให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยอย่างสูงสุด  



ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำแผนจัดการฉุกเฉินระหว่างการเดินทางจาก ท่าเรือสงขลามายังสัตหีบ โดยวางแผนการดำเนินการให้สามารถติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สถานีนำร่อง ปตท. กลางทะเล ศรชล. Port control Sriracha VTS สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา ได้ตลอดเส้นทางการเดินทาง และเมื่อแผนฯ แล้วเสร็จจะดำเนินการฝึกซ้อมการอพยพคนระหว่างการเดินทางอีกครั้ง  

นอกจากนี้เรือ The Blue Dolphin ยังมีแผนจะขยายเส้นทางเชื่อมโยงเข้ากับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในระยะต่อไปด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนส่ง ทางน้ำ ลดต้นทุนและอุบัติเหตุจากการขนส่งทางบก และลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง (PM 2.5) ตามนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงคมนาคม อันจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างยั่งยืน 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 27