อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

สนข.ทุ่ม20 ล้านศึกษาระบบ"ฟีดเดอร์"รับโครงข่ายรถไฟฟ้า

สนข. ทุ่ม 20 ล้าน ศึกษาแผนระบบฟีดเดอร์รับโครงข่ายรถไฟฟ้า นำร่อง 2 สถานี “รังสิต-บางบำหรุ” วิ่งรถมินิบัสไฟฟ้ารับ-ส่ง ระยะรัศมี 3 กม. เชื่อมสายสีแดง ช่วงทดลองเปิดให้บริการ 28 ก.ค.นี้  พุธที่ 24 มีนาคม 2564 เวลา 14.54 น.


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในพิธีเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) ภายใต้การศึกษาโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเชื่อมโยงรูปแบบการเดินทาง เข้าถึงสถานีรถไฟฟ้าและสนามบินในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลว่า จากข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับประชาชน 

ทั้งนี้จำเป็นต้องพัฒนาระบบการเชื่อมต่อการเดินทาง เพื่อให้ผู้สัญจรเข้าถึงระบบรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก ทำให้ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน จึงมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาโครงการดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะสำหรับการจัดทำแผนการพัฒนาการเชื่อมต่อการเดินทาง (ฟีดเดอร์) และแผนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานบริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้า เพื่อให้การเข้าถึงสถานีรถไฟฟ้า สนามบิน และระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นๆ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น  



ด้านนายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินโครงการดังกล่าว ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษา 18 เดือน เริ่ม ก.ย.63-มี.ค.65 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางประชาชน เชื่อมต่อโครงการรถไฟฟ้า ส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อช่วยแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เบื้องต้นจะจัดทำแผนระบบการขนส่งรองเชื่อมระบบขนส่งหลัก (Feeder) ในเส้นทางที่รถไฟฟ้าเปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน 9 เส้นทาง ระยะทาง 170.38 กม. และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 6 โครงการ 150.76 กม. เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สายสีชมพู และสายสีส้ม เบื้องต้นจะนำร่องกับโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่จะเปิดทดลองให้บริการประชาชนในวันที่ 28 ก.ค. นี้ และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ พ.ย.64 ซึ่งที่ปรึกษาและทีม สนข. ได้ลงพื้นที่สำรวจโครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จึงออกแบบระบบ Feeder ในระยะรัศมี 3 กม. ในสถานีหลักที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบสถานีต่างๆ มีระบบโดยสารสาธารณะที่เดินทางมายังสถานีรถไฟฟ้าได้ ทั้งนี้จะออกแบบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบสถานี เช่น ทางเดินเท้า และสกายวอล์ก หลังคาคลุมกันแดดกันฝน จุดจอดรถโดยสารสาธารณะ จุดจอดและจรสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล รวมทั้งจัดทำแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ข้อมูลการให้บริการขนส่งสาธารณะระบบ Feeder ให้ประชาชนทราบด้วย 

นายปัญญา กล่าวต่อว่า จากผลการศึกษาระบุว่า เส้นทาง Feeder ที่จะนำร่องเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการ 28 ก.ค.นี้ มี 2 สถานีที่มีศักยภาพ เหมาะสม และมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมาก โดยจะนำรถมินิบัสไฟฟ้ามาวิ่งให้บริการ ได้แก่ 1.สถานีรังสิต 6 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางเลียบคลองเปรม-รังสิต (วนซ้าย), เส้นทางเลียบคลองเปรม-รังสิต (วนขวา), เส้นทางพหลโยธิน 87-สถานีรังสิต, เส้นทางสถานีรถไฟฟ้าหลักหก-แยกบางพูน, เส้นทางสถานีรถไฟฟ้ารังสิต-บขส.รังสิต และเส้นทางซอยเจริญชัย-สถานีรังสิต และ 2.สถานีบางบำหรุ อยู่ระหว่างลงรายละเอียดเพื่อสรุปเส้นทางให้เหมาะสมต่อไป ส่วนสถานีที่เหลือจะทยอยพิจารณาความเหมาะสม และสอดคล้องกับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ พ.ย.นี้ ซึ่งประเมินว่า สถานีอื่นๆ ที่มีความเหมาะสม เช่น สถานีตลิ่งชัน สถานีดอนเมือง สถานีหลักสี่ และสถานีวัดเสมียนนารี    

สำหรับเส้นทางฟีดเดอร์ดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางที่ สนข. ศึกษาไว้ให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารที่จะมาวิ่งให้บริการ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางได้ตามความเหมาะสม และสอดรับกับความต้องการของประชาชน โดยจะไม่มีเส้นทางที่ทับซ้อนกัน เบื้องต้น สนข. ได้หารือกับผู้ประกอบการไว้แล้ว หลังจากนี้ผู้ประกอบการต้องยื่นความประสงค์เพื่อขออนุญาตกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก่อนวิ่งให้บริการในเส้นทางที่กำหนดต่อไป ส่วนค่าโดยสารต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่ ขบ. กำหนด ขณะที่ประเภทรถที่จะให้บริการจะกำหนดให้นำเป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV) มาให้บริการ เช่น รถกะป้อไฟฟ้า รถสองแถวไฟฟ้า และรถมินิบัสไฟฟ้า เพื่อไม่ให้ไปสร้างปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อมให้กับชุมชน 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 16