อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565

เคทีซีผนึกมาสเตอร์การ์ดใช้ดิจิตัลป้องกันโจรกรรม(คลิป)

เคทีซีจับมือมาสเตอร์การ์ดนำรหัสดิจิทัลป้องกันความเสี่ยงโจรกรรมข้อมูลลูกค้าบัตรเครดิต คาดยอใช้จ่ายออนไลน์โต 17 %  จากยอดใช้จ่ายรวม 2.2 แสนล้านบาท พฤหัสบดีที่ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 12.46 น.


นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - ธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี  เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับมาสเตอร์การ์ดเปิดตัวเทคโนโลยีชำระเงินออนไลน์แบบเข้ารหัสโทเค็นด้วยระบบดิจิตัลหรือเอ็มดีอีเอส เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลนเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าเริ่มใช้บริการผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยปัจจุบันคนอายุ 20-50 ปี นิยมซื้อสินค้าผ่านออนไลน์จึงนำระบบดังกล่าวมาใช้ คาดว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าเติบโต17 % ในปีนี้ จากช่วง 6 เดือน การใช้จ่ายผ่านออนไลน์อยู่ที่13,000  ล้านบาทหรือเติบโต15%
 
"การใช้เทคโนโลยีเอ็มดีอีเอสทำให้ร้านค้าสามารถใช้รหัสดิจิทัลโทเค็นแทนข้อมูลบัตรของลูกค้า ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน นอกจากนี้รหัสดิจิทัลโทเค็นยังมีการป้องกันการใช้รหัสคริปโตแกรม (Cryptogram) ที่เป็นเลขเฉพาะต่อการทำธุรกรรมแต่ละครั้งช่วยป้องกันผู้บริโภคและร้านค้าอีกหนึ่งระดับเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการโดนโจรกรรมข้อมูล"
 
สำหรับการใช้จ่ายผ่านบัตรเคทีซีช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ใช้จ่ายแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ใช้จ่ายผ่านบัตร 80,000 ล้านบาท และอีก 20,000 ล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้ยอดการใช้จ่ายจะอยู่ที่กว่า 2.2 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดประกัน ท่องเที่ยว  ซุปเปอร์มาร์เก็ต รีเทล์ละแฟชั่น
 
นอกจากนี้ตั้งเป้าหมายออกบัตรใหม่ทั้งปีไม่ต่ำกว่า 3 แสนใบซึ่งปัจจุบันออกบัตรใหม่แล้ว 1.5 แสนใบ โดยปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีรวมกว่า 2.4 ล้านบัญชี และมีจำนวนสมาชิกบัตรเคทีซีทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่กว่า 1.4 ล้านราย ขณะที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 1.13% ซึ่งเคทีซียังพิจารณาสมัครจากกำลังซื้อและหนี้ครัวเรือนเป็นหลัก โดยจำนวนลูกค้า 80% มีรายได้ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาทต่อเดือน และ 75% มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทต่อเดือน แต่ไม่น่ากังวลเพราะการคัดกรองเป็นไปตามมาตรฐาน



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 35