อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565

โล๊ะ"รถเมล์เก่า"ยกเครื่องใหม่ใช้ไฟฟ้าแทนน้ำมัน

 สวทช. จับมือ 4 หน่วยงาน ทุ่มงบ 35 ล้านบาท นำรถเมล์ปลดระวาง ขสมก. 4 คัน มาพัฒนาเป็นรถเมล์ไฟฟ้า เร่งเฟ้นหาเอกชน 4 ราย มาทำรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ คาดใช้เวลา 9 เดือนแล้วเสร็จ พุธที่ 19 กันยายน 2561 เวลา 17.23 น.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ประธานคณะกรรมการยานยนต์สมัยใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อม ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นายภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการนโยบายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ 2 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โครงการพัฒนารถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. เป็นรถโดยสารไฟฟ้าเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยครั้งแรกในประเทศไทย 

ดร.วีระศักดิ์ เปิดเผยว่า สวทช. ได้หารือกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฟน. กฟผ. กฟภ. ขสมก. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสถาบันยานยนต์ และ บีโอไอ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า มาตั้งแต่กลางปี 60 ภายใต้ชื่อกลุ่ม ภาคีเครือข่ายพัฒนาการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าไทย  ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่าไทยมีผู้ประกอบการที่สามารถผลิตรถโดยสารใช้เองมานานและ รัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการผลิตรถไฟฟ้ามาใช้ในประเทศ การ MOU ครั้งนี้ ทำให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของตนไปสู่การผลิตรถโดยสารไปฟ้าคาดว่าในอนาคตหากมีรถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพภาครัฐเองจะสนใจนำมาใช้งานในกิจการภาครัฐ โดยเฉพาะ ขสมก. ที่มีรถเก่าอยู่จำนวนมาก หากสามารถนำรถปลดระวางมาปรับปรุงเป็นรถเมล์ไฟฟ้าจะช่วยสร้างมูลค่าของรถปลดระวางได้


ด้านนายณัฏฐวัชช์ รุ่งเสถียรธร ผู้อำนวยการโปรแกรมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สวทช. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวใช้วงเงิน 35 ล้านบาท แบ่งเป็นสนับสนุนผู้ประกอบการในด้านงบประมาณไม่เกิน 75% ของมูลค่าโครงการหรือไม่เกิน 7 ล้านบาท และเงินทุนสนับสนุนให้เฉพาะว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาบริษัทละ 4 แสนบาท รวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท โดยประกาศให้ผู้ประกอบการที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์สามารถยื่นขอรับการพิจารณาสนับสนุนได้โดยต้องเป็นผู้ประกอบการไทยมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท มีประสบการณ์ด้านการประกอบรถเมล์หรือผลิตแม่พิมพ์สำหรับโครงสร้างขนาดใหญ่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เป็นนิติบุคคลที่ล้มละลายหรือถูกฟ้องร้องสามารถส่งข้อเสนอโครงการเพื่อพิจารณาได้วันที่ 19 ก.ย.- 30 ต.ค.61 ผู้ประกอบการที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nstda.or.th หรือโทร. 021776449 

นายณัฏฐวัชช์ กล่าวต่อว่า หลังจากปิดสมัคร แล้วจะคัดเลือกบริษัทที่ผ่านตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ เช่น อัตราการใช้เชื้อเพลิง ระบบแอร์ ระยะทางในการวิ่ง 100-150 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งในสภาวะน้ำท่วม และวิ่งขึ้นสะพานพระราม 9 ที่มีความลาดชันสูงได้ บรรทุกผู้โดยสารได้ 50 คน ต้องใช้แบตเตอรี่ลิเทียมอิออน และสามารถนำมาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ ตลอดจนจัดทำสรุปการพัฒนาวิจัย คาดว่าคัดเลือกบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ 4 บริษัท ประมาณ ธ.ค. 61 และ ลงนามสัญญากับบริษัทที่ผ่าน ม.ค.62 จากนั้นใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 9 เดือน คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ 1 ก.พ.-30 ต.ค.62 หลังจากส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้า 4 คัน แล้ว จะนำไปมอบให้ กฟน., กฟผ. กฟภ. หน่วยงานละ 1 คัน และ ขสมก. 1 คัน

ด้านนายสาคร กล่าวว่า ปัจจุบัน ขสมก. มีรถเมล์ 2,674 คัน ให้บริการ 118 เส้นทาง รถเมล์ส่วนใหญ่ใช้ระบบเครื่องยนต์ดีเซล อายุการใช้งาน 19-27 ปี มีสภาพเก่าทรุดโทรมและมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงรวมทั้งมีค่ามลพิษจากไอเสียสูงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในแผนพื้นฟูของ ขสมก. มีแผนจัดหารถเมล์ใหม่ 3,000 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์ปลดระวาง ซึ่งต้องจัดหารถที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีแผนจัดหารถเมล์ไฟฟ้าด้วย ปัจจุบันต้นทุนรถเมล์ไฟฟ้าตกคันละ 10-15 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูง หากอนาคตโครงการนี้สำเร็จและมีผู้ประกอบการไทยผลิตได้จำนวนมากจะช่วยลดต้นทุนรถเมล์ไฟฟ้าให้ถูกลงได้ การลงนามครั้งนี้ ขสมก. ได้บริจาครถเมล์ปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) ยูโรทู สีส้ม-เหลือง ที่ปลดระวาง 4 คัน เพื่อเข้าร่วมโครงการนำมาปรับปรุงเป็นรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสถานีอัดประจุสำหรับรถเมล์ไฟฟ้าซึ่งตั้งอยู่
เขตการเดิยรถที่ 1 อู่บางเขน ร่วมกับ สวทช. 2 สถานี 4 หัวจ่าย ใช้วงเงินลงทุน 1 ล้านบาท หรือสถานีละ 5 แสนบาท เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ขสมก. จะนำไปทดลองวิ่งให้บริการในเส้นทางเดินรถของเขตการเดินรถที่ 1 ต่อไป 




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 58