อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มกราคม 2565

จับสมาชิก'แก๊งโรแมนซ์สแกม' เนียนขายข้าวแกงกว่า4ปี

ตม.เจ๋ง บุกจับสมาชิก'แก๊งโรแมนซ์สแกม' ทำเนียนๆไปขายข้าวแกงหลบหนีคดีกว่า 4 ปี ศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562 เวลา 21.57 น.


เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ สตม. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1 พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ปรก.รอง ผบก.ตม.1 และพ.ต.อ.ชัชวาลย์  ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันวางแผนจับกุม นายสุชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2314/2558 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันปลอม ใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน, ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" (หลอกรักออนไลน์ Romance scam)
       
การจับกุมในคดีนี้เกิดจากการสืบสวนและประสานงานของเจ้าหน้าที่ บก.ตม.1 และ บก.ปอท. ทำให้ทราบว่าคดีนี้ผู้เสียหายคือ นางสุภา ได้รู้จักกับคนร้าย ผ่านบัญชีผู้ใช้งานเว็บไซต์เฟสบุ๊คดอทคอม (www.facebook.com)  ชื่อว่า Mr.Kene คุยกันโดยการส่งข้อความหากันเป็นภาษาอังกฤษทางกล่องข้อความของเฟสบุ๊ค นายเคเน่ ได้ส่งข้อความหลอกลวงผู้เสียหายว่าขณะที่บิดามาทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซียและได้เสียชีวิต บิดาจะได้รับเงินจากการทำงาน จำนวน 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ นายเคเน่ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดกจนชนะคดีแล้ว

รัฐบาลมาเลเซียได้ส่งเอกสารมาให้เพื่อไปรับเช็คเงินจำนวนดังกล่าวที่ประเทศมาเลเซีย นายเคเน่ บอกกับผู้เสียหายว่าถ้าได้เช็คเงินดังกล่าวแล้วจะพาครอบครัวมาลงทุนและอยู่กับผู้เสียหายในประเทศไทย ต่อมานายเคเน่ ได้แนะนำให้ผู้เสียหายรู้จักกับนางตะวันนา ผู้เสียหายจึงได้ติดต่อกับนางตะวันนา จนสนิทสนมและเชื่อใจ นายเคเน่   จึงได้ร่วมกับนางตะวันนา ส่งข้อความอันเป็นเท็จหลอกลวงให้ผู้เสียหายช่วยเหลือเรื่องเงินในการดำเนินการต่างๆจนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของนางตะวันนา



ต่อจากนั้นนายเคเน่ ก็ได้ส่งข้อความเฟสบุ๊ค หลอกลวงขอให้ผู้เสียหายช่วยเหลือเงินค่าดำเนินการอื่นๆอีก เป็นเหตุให้หลงเชื่อโอนเงินให้กับคนร้าย โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในชื่อของ นายสุชาติ , นางบุญช่วง , นางจิตรา และ นางศิวพร รวมแล้วผู้เสียหายได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา กับพวกทั้งหมดรวม 8 บัญชี รวมจำนวน 28 ครั้ง เป็นเงินรวมทั้งสิ้นจำนวน 17,516,178 บาท (สิบเจ็ดล้านห้าแสนหนึ่งหมื่นหกพันหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปดบาทถ้วน) ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมสมาชิกแก๊งนี้ได้แล้ว จำนวน 3 ราย คือ 1.นางตะวันนา 2.นางบุญช่วง และ 3.นางสาวศิวพร และถูกดำเนินคดีไปแล้ว

จากการประสานและตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่า นายสุชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกในแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติดังกล่าว ที่ทางการต้องการตัวและติดตามจับกุมตัวยังไม่ได้ ตั้งแต่ปี 2558 ได้หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่กับพี่สาวที่อพาร์ตเม้นท์แถวคลองตัน กรุงเทพโดยขณะที่พักอยู่ก็ทำตัวเรียบง่ายไม่ให้เป็นที่สนใจของเจ้าหน้าที่ฯ ทำทีเป็นช่วยพี่สาวขายข้าวแกง และขับรถแท็กซี่รับจ้างทั่วไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้พยายามรวบรวมข้อมูลและแฝงตัวเข้าไปตรวจสอบ จนทราบแน่ชัด พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุม



จากการตรวจสอบพบว่านายสุชาติ มีทรัพย์สินมีค่าจำนวนหนึ่ง มีสร้อยคอทองคำ มีรถยนต์ส่วนตัว 2 คัน ซึ่งไม่น่าจะได้มาจากการประกอบอาชีพดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนขยายผลต่อไป  โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมและส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ปอท.ดำเนินคดีต่อไป การก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้เป็นการหลอกลวงทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคนร้ายส่วนใหญ่จะกระทำเป็นขบวนการในลักษณะอาชญากรรมข้ามชาติ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ระดมกวาดล้างจับกุมต่างด้าวผิดกฎหมาย และได้ออกตรวจสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน ที่มีคนต่างด้าวทำงานโรงแรมและคอนโดมิเนียมที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตลอดเวลา เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวผู้กระทำผิดใช้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อน หรือใช้เป็นฐานที่มั่นในการกระทำผิด และหากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดของคนต่างด้าว หรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย โปรดแจ้งให้ทราบทางสายด่วน 1178

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 44