อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565

ศาลสั่งน้ำอัดลมดังจ่าย2ล้าน ขวดระเบิดใส่นศ.ตาบอด

ศาลแพ่งสั่งบริษัท เสริมสุข เจ้าของน้ำอัดลม "เอส" จ่ายค่าเสียหาย 2 ล้านเศษให้ นศ.หนุ่ม หลังขวดระเบิดใส่ตาบอด  ศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560 เวลา 20.20 น.

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้มีคำพิพากษาคดี นายธีรเกียรติ เจริญบัณฑิตสกุล ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บมจ.เสริมสุข เป็นจำเลยต่อแผนกคดีผู้บริโภคในศาลแพ่งคดีดำ ผบ.1500/2558 เรื่องละเมิด เรียกค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากสูญเสียการมองเห็นดวงตาข้างซ้ายและค่ารักษาพยาบาลในอนาคต รวมเป็นเงิน 10,897,000 บาทและดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี กรณีเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 57 โจทก์ซึ่งทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ระหว่างที่โจทก์หยิบขวดน้ำอัดลมจะไปส่งให้กับลูกค้า แต่เกิดระเบิดทำให้เศษแก้วพุ่งเข้าใส่ใบหน้าโจทก์อย่างแรง ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและดวงตาซ้ายบอด ระหว่างโจทก์เข้ารักษาที่ รพ. แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่า เลนส์ตาซ้ายแตก จึงยื่นฟ้องจำเลยในฐานะผู้ประกอบการต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า ร้านดังกล่าวจำหน่ายน้ำอัดลมจากบริษัทจำเลยเพียงยี่ห้อเดียว ขณะที่คำเบิกความของโจทก์และพนักงานในร้านสอดคล้องกับภาพเหตุการณ์ที่เป็นพยานวัตถุ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนว่าขวดน้ำอัดลมที่โจทก์ใช้มือขวาหยิบจับตามปกติเช่นวิญญูชนทั่วไปนั้นระเบิดขึ้นเอง เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ศาลเห็นว่า การสุ่มตรวจเพื่อวัดแรงดันก๊าซในเวลา 30 นาที สุ่มตรวจ 2 ขวดเท่านั้นก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าขวดน้ำอัดลมทุกขวดจะมีความปลอดภัย จึงมีความเป็นไปได้ที่ขวดซึ่งมีความชำรุดบกพร่องโดยไม่เห็นประจักษ์ด้วยตาเปล่าจะผ่านไปถึงขั้นตอนการผลิตน้ำอัดลมของจำเลย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย สินค้าของจำเลยจึงก่อให้เกิดความเสียหาย ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 มาตรา 4 จึงพิพากษาให้จำลยชดใช้ค่าสียหายแก่โจทก์ทั้งสิ้น 2,410,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันเกิดเหตุ 18 พ.ค. 57 จนกว่าจะชำระเสร็จ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 835