อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 สิงหาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 สิงหาคม 2565

'เปาวิน'ไลน์แมนใจสู้ผู้อดทน 'ขอบสนามบอลคือเพื่อนผม'

เด็กน้อยคนหนึ่งที่ต้องเตะฟุตบอลเพียงเพื่ออยากมีเพื่อน สู่ผู้ช่วยผู้ตัดสินมืออาชีพ และนี่คือเรื่องราวของ "เปาวิน" อาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 เวลา 08.00 น.


“อย่าคิดว่าเราเป็นคนสำคัญ ให้ทำตนเป็นแบบปกติธรรมดาๆนี่แหละดีที่สุด เมื่อเราคิดว่าเราเป็นคนสำคัญแล้ว เมื่อผู้อื่นไม่ให้ราคาเราไม่นับถือให้ความสำคัญเราแล้ว จิตใจเราจะเป็นทุกข์ร้อน สับสนวุ่นวายไปตามกระแสโลกธรรม” คำสอนธรรมะของ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร

“เปาวิน-คมชลัช เลขาวิจิตร” วัย 38 ปี ผู้ตัดสินใจแกร่งที่เป็นที่ยอมรับทั้งจากสมาคมกีฬาฯ ทั้งจากพี่น้องผู้ตัดสิน และทั้งจากนักเตะไทยลีก กว่าจะมาถึงวันนี้นั้นเขาต้องผ่านอะไรมาแล้วมากมาย



ด.ช.วิน (ชื่อเล่น) เป็นคนบางกรวย จ.นนทบุรี แต่กำเนิดมีพี่น้อง 3 คน โดยเป็นพี่คนโต วัยเด็กชีวิตก็ซุกซนไปตามประสากว่าจะมาเริ่มเตะบอลก็ปาเข้าไปอายุ 12 – 13 ปีแล้ว แถมตอนนั้นเล่นบอลเพราะอยากมีเพื่อนด้วย เห็นเพื่อนเล่นก็อยากสนุกกับเพื่อน กระทั่งกลายเป็นชื่นชอบแล้วหลงไหลเจ้าลูกกลมๆนี้ไปโดยปริยาย

เปาวิน ย้อนความหลังว่า เล่นบอลตั้งแต่นั้นมาจนโตเป็นหนุ่ม พอเริ่มคิดได้ว่าเราชอบฟุตบอลแต่คงไปไม่ถึงเป็นนักเตะอาชีพตามที่ฝัน เลยคิดอยากจะเป็นผู้ตัดสินแทน อย่างน้อยก็จะได้ใกล้ชิดและอยู่ในวงการกีฬาที่เราชอบต่อไป แต่มันไม่ง่ายนะ เราไม่ได้เรียนกรมพละ ไม่ได้ไปสอบวิทยาลัยพละเนื่องจากแม่ไม่ให้เรียน เขาบอกว่ามันหางานยาก เราก็เสียใจมากแต่ก็เชื่อฟังแม่ ไม่อยากทำให้เขาเสียใจ



มันเหมือนชีวิตเขาดับวูบ เหมือนตัวเขากับฟุตบอลเป็นเส้นคู่ขนานที่ไม่อาจมาบรรจบกันได้ แต่แล้วเมื่อเขาเข้าเรียนที่ ม.ธุรกิจบัณฑิต จวบจบมาขึ้นปี 2 แล้วได้อ่านข่าวเจอว่าสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยเปิดรับสมัครสอบผู้ตัดสินรุ่นที่ 17

“แว๊บแรกนั้นผมไม่คิดอะไรมากเลย มันเป็นแบบไฟในตัวจุดลุกพรึ่บขึ้นมาอีกครั้ง ผมเอาวุฒิ ม.6 แล้วไปที่สนามศุภชลาศัยเพื่อยื่นขอสอบทันที มีคนสอบเยอะมาก สัก 200 คน ได้มั๊ง เขาก็จะวัดสมรรถภาพจากการวิ่งก่อนเลย วิ่งอย่างเดียว วิ่ง 2,700 เมตร ให้ได้ภายใน 12 นาที ไม่งั้นตกหมด สุดท้ายผมผ่านได้ จากนั้นก็ถึงเวลาสอบภาคทฤษฎี อันนี้ผมมั่นใจเพราะศึกษาค้นคว้ากฏกติกาบอลมาก่อนแล้ว อย่างว่าแหละถ้าชอบอะไรเราก็จะค้นคว้าสิ่งนั้น





ความสำเร็จเปราะแรกได้ผ่านไปแล้ว แต่ใช่ว่าสอบผ่านปุ๊บจะเป็นผู้ตัดสินได้เลย มันต้องออกไปตัดสินหาประสบการณ์ บอลชุมชน บอลเทศบาล บอลเด็กบอลเล็กต่างๆที่สำคัญเขาต้องไปหาตัดสินเอาเองเพื่อบ่มเพาะความชำนาญ

เปาวิน เผยต่อว่า โชคดีที่มีพี่ที่รู้จักคือ พี่จิรายุ กระทงน้อย ปัจจุบันเป็นผู้ตัดสินฟุตซอลของสมาคมฯ เขาเลยชวนเราไปฝึกตัดสินตามสนามต่างๆทั่วไปหมด ฝึกตัดสินอยู่นานกว่า 1 ปี ก็เริ่มไต่ระดับมาอยู่ในระดับอาชีพ ไต่ระดับตั้งแต่เกรด 3 ไป 2 ไป 1 และขึ้นสูงสุดสู่ไทยลีก ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 ปี ในความอดทนฝึกฝน



พอถึงในระดับลีกอาชีพ สมาคมก็จะให้ผู้ตัดสินทุกคนเลือกเส้นทางแล้วว่าต้องการจะเป็นผู้ตัดสิน หรือผู้ช่วยผู้ตัดสิน(ไลน์แมน) ซึ่งสุดท้าย “เปาวิน” เลือกเป็นไลน์แมน ด้วยเหตุผลว่า ต้องใช้สมาธิและความรับผิดชอบที่สูงมาก ชี้ขาดความได้เปรียบเสียเปรียบได้ ถ้าผู้ช่วยดีผู้ตัดสินก็จะสมบูรณ์แบบมากขึ้น ที่สำคัญมันได้อยู่ใกล้ชิดกับแฟนบอล เวลาได้ยินเสียงเชียร์กระหึ่มแล้วมันรู้สึกฮึกเหิมนั่นเอง



สิงห์เชิ้ตดำผู้มุ่งมั่น เล่าด้วยแววตาเป็นประกายอีกว่า มีแมตช์ที่ประทับใจหลายแมตช์มาก แค่ที่จำได้ดีคือมีนัดหนึ่งที่เราเป็นไลน์แมน ผู้ตัดสินคือ อาจารย์ชัยยะ มหาปราบ และวันนั้นมีเจ้าหน้าที่จากเอเอฟซีมาดูด้วย เพื่อดูว่า พี่ชัยยะ จะผ่านแมตช์นี้จนไปเป็นผู้ตัดสินระดับสูงได้หรือไม่ มีจังหวะหนึ่งฝ่ายรุกกำลังจะยิงประตูฝ่ายรับ ผู้ตัดสินไม่เห็นว่าฝ่ายรุกมีการแฮนด์บอลก่อน แต่เราเห็นเพราะจ้องมองอยู่ตลอดก็เลยสะบัดธงแจ้งว่าเป็นการแฮนด์บอล ผู้ตัดสินจึงเป่าว่าฝ่ายบุกฟาวล์ ช็อตนี้ถูกใจเอเอฟซีมาก พี่ชัยยะ ได้รับคำชม จากนั้นพี่เขาก็มาขอบคุณเรา

“อยากจะบอกว่าการเป็นผู้ตัดสินมันแบกความกดดันมากจากกองเชียร์ ไม่ว่าจะเจ้าถิ่นหรือผู้มาเยือน ยิ่งไลน์แมนด้วยแล้วยิ่งกดดัน เสียงตะโกนด่า เสียงบ่น มันดังก้องในระยะใกล้ๆตลอด ผมแก้ปัญหาด้วยการร้องเพลงในใจให้สงบ แล้วก็ตั้งสมาธิให้ใจจดจ่ออยู่กับลูกบอลและการแข่งขันอย่างเดียว เมื่อผมไม่วอกแวกและไม่ตอบโต้อะไรไป ผลงานในการตัดสินและความตั้งใจจะทำให้กองเชียร์ยอมรับและเลิกต่อว่าไปเอง นี่คือสิ่งที่ผมภูมิใจมาก เอาชนะใจคนอื่นได้ด้วยความตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเราเอง อยากจะบอกว่าขอบสนามบอลก็คล้ายกับเพื่อนผมเพราะเราต้องเจอกันทุกแมตช์ ไม่ว่าสนามไหนๆ”



ปัจจุบันนอกจากชีวิตสิงห์เชิ้ตดำแล้ว “เปาวิน” ยังมีอีกภาระหน้าที่หนึ่งนั่นคือการเป็นฝ่ายปกครอง มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานศูนย์เยาวชน เทศบาลตำบลศาลากลาง อ.บางกรวย เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ขยันขันแข็ง มุ่งมั่นตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายแบบเต็มที่สมกับที่ผู้ใหญ่ไว้วางใจในอีกบทบาทหนึ่ง

กว่าชีวิตจะมาถึงจุดๆนี้ได้ต้องผ่านบททดสอบหลากหลายอย่าง ซึ่ง “เปาวิน” ทิ้งท้ายว่า ฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องการจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะต้องฟิตซ้อมร่างกายให้ดี สมัยนี้เล่นบอลกันเร็วมาก แท็กติกตุกติกก็เยอะแยะ เราต้องตามให้ทันต้องรอบรู้กติกาใหม่อยู่เสมอ ที่สำคัญคือต้องมีมนุษย์สัมพันธ์ มีรุ่นพี่รุ่นน้องให้ความเคารพคนอื่นๆ ความหวังสูงสุดคืออยากจะเป็นผู้ตัดสินที่เก่งให้ได้นานที่สุด อยากถือธงวิ่งที่ขอบสนามจนกว่าขาจะไม่มีแรงวิ่งอีกแล้วก็พอ.
....................................

*ขอขอบคุณภาพประกอบคอลัมน์ทุกภาพ

คอลัมน์    :    นิยายชีวิต
โดย         :    คุณสลีป


อ่านนิยายชีวิตทุกตอนได้..ที่นี่
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 410