อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2565

"โรคหลอดเลือดตีบในผู้เป็นเบาหวาน"

คนที่เป็นเบาหวาน เพราะเหตุใดจึงเป็นโรคของหลอดเลือดตีบ และทำไมบางคนเป็นโรคหลอดเลือดตีบที่หัวใจ บางคนเป็นโรคหลอดเลือดตีบที่สมอง หรือ บางคนมีปัญหาหลอดเลือดตีบที่ขา วันนี้มีเฉลยค่ะ อาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2560 เวลา 05.00 น.

จากสถิติของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) ปี พ.ศ. 2558 รายงานจำนวนผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกประมาณ 415 ล้านคน และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานมากถึง 5 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่มากกว่าโรคติดเชื้อ เช่น ไวรัสเอดส์ หรือวัณโรคปอด ส่วนสถิติของประเทศไทย สำรวจประชากรที่อายุมากกว่า 50 ปี พบว่าโรคเบาหวานเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตอันดับ 1 ในเพศหญิง และอันดับ 7 ในเพศชาย

ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ เสียชีวิตจากโรคของหลอดเลือดต่าง ๆ (Cardiovascular disease) (2-27 ราย ต่อประชากร 1,000 คนต่อปี) เช่น โรคหัวใจ (1-7:1000/ปี) โรคหลอดเลือดสมอง (1-9:1000/ปี) และโรคหลอดเลือดที่ขาตีบตัน เป็นต้น

การที่ร่างกายมีระดับนํ้าตาลในเลือดสูงกว่าปกติเป็นระยะเวลานาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ในผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงตีบแข็ง (atherosclerosis) โดยเกิดได้ในทุก ๆ หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย เนื่องจากนํ้าตาลที่สูงในเลือดทำให้เกิดความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญพลังงานในระดับเซลล์ เกิดการสร้างสารเคมีและสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบ (reactive oxygen species, inflammatory cytokines, advance glycation products) ส่งผลให้หลอดเลือดแดงเสียความยืดหยุ่น เปราะและฉีกขาดง่าย เกิดการเปลี่ยนแปลงการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดจับตัวกันง่ายขึ้น นอกจากนี้นํ้าตาลที่มีปริมาณมากยังทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน (plaque) เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อยลง

นอกเหนือจากนํ้าตาลในเลือดสูงส่งผลเสียต่อการตีบตันของหลอดเลือดแดงดังกล่าวแล้ว การที่ผู้ป่วยเบาหวานมีระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และ/หรือ สูบบุหรี่ร่วมด้วย จะยิ่งเพิ่มความรุนแรงของความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมอง หัวใจ ไต และเท้า ทำให้การทำงานของอวัยวะเหล่านี้เสียหน้าที่ เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมาได้


ดัดแปลงจาก สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ ww.idf.org/cvd

ผู้ป่วยเบาหวานมีความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้มากถึงร้อยละ 14.8-41 โดยผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวาน 3-4 เท่า ทำให้หลอดเลือดแดงโคโรนารีที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดการตีบแข็ง เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อยลง ทำให้หัวใจต้องออกแรงทำงานมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการประกอบกิจวัตรประจำวันหรือการออกกำลังกาย ส่งผลทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยอาจมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยเวลาออกแรง หากเป็นมากขึ้น ทำให้หัวใจวายและเสียชีวิตได้

ผู้ป่วยเบาหวาน ยังมีโอกาสเกิดปัญหาหลอดเลือดแดงตีบแข็งที่สมอง ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ได้มากกว่าคนที่ไม่เป็นเบาหวาน 3-4 เท่า เมื่อหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน เนื้อสมองตาย ผู้ป่วยอาจมีอาการชาครึ่งซีก หรืออ่อนแรงแขนขาครึ่งซีก หากสมองขาดเลือดเป็นบริเวณกว้าง หรือส่งผลต่อศูนย์ควบคุมการหายใจ ทำให้เกิดภาวะหายใจล้มเหลว เป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาต ผู้ป่วยต้องนอนติดเตียง เกิดโรคติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่ายและเสียชีวิตได้เช่นกัน

นอกจากโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองแล้ว ผู้ป่วยเบาหวานยังมีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดแดงตีบแข็งที่ขา ทำให้เลือดไปเลี้ยงปลายเท้าได้ไม่ดี ผู้ป่วยมีอาการปวดน่อง ปวดเท้า หรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อต้นขา เวลาเดินนาน ๆ หรือขึ้นบันได ในช่วงแรกอาการปวดอาจดีขึ้นเมื่อพัก แต่หากหลอดเลือดตีบมากขึ้น อาจทำให้ปวดมากตลอดเวลาหรือเป็นตะคริวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน นอกจากนี้ อาจตรวจพบเล็บเปราะ ขนนิ้วเท้าร่วง ปลายเท้าซีดเย็นหรือดำคลํ้า คลำชีพจรที่เท้าไม่ได้ เกิดแผลบริเวณปลายนิ้วเท้าได้ง่าย แผลอาจติดเชื้อเรื้อรัง หายช้าและลุกลามจนอาจถูกตัดเท้าได้


(ดัดแปลงจาก: European Heart Journal supplementation 2012;14:B4-B13)

การป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงตีบแข็ง ได้แก่
- ควบคุมระดับนํ้าตาลในเลือดให้ปกติ (นํ้าตาลสะสมหรือ HbA1c < 6.5-7%)
- ควบคุมไขมันในเลือดให้ปกติ (ไขมันเลว LDL-cholesterol < 100 มก./ดล.)
- ควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ (<140/90 มิลลิเมตรปรอท)
- ควบคุมอาหาร เลี่ยงอาหารหวานและอาหารที่มีไขมันสูง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
- งดดื่มเหล้าและงดสูบบุหรี่

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงฐิตินันท์ อนุสรณ์วงศ์ชัย สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ.

....................................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 276