อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

'เทคโนโลยีเลเซอร์กระชับช่องคลอด' เทคโนโลยีใหม่ที่ง่าย สบายกว่าเดิม

ในปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ คือเลเซอร์ซึ่งประกอบด้วย Scanner เฉพาะที่สามารถใช้ในการรักษาบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยแสงเลเซอร์จะผ่าน Scanner เข้าไปยังผนังช่องคลอด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เยื่อบุผิว อาทิตย์ที่ 30 เมษายน 2560 เวลา 02.15 น.


เมื่อพูดถึงการตรวจสุขภาพของผู้หญิง เรามักพูดถึงมดลูกหรือรังไข่  อีกส่วนหนึ่งที่มักไม่ค่อยได้กล่าวถึงกัน คือ สุขภาพช่องคลอด ทั้งที่เป็นส่วนที่สำคัญมากของผู้หญิงและรวมถึงคู่สมรสด้วย แต่เมื่อเกิดปัญหาขึ้น มันเป็นการยากที่จะเล่าหรือปรึกษาเพื่อน บางท่านก็อายจนไม่กล้าปรึกษาแพทย์ในข้อสงสัยต่าง ๆ  เช่น รู้สึกมีลมออกทางช่องคลอด  ปัสสาวะเล็ด หรือสามีรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงขณะมีกิจกรรมซึ่งไม่กระชับเหมือนเดิม อาการเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสรีระของช่องคลอดตามวัย และการใช้งาน 

เนื่องจากช่องคลอดเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อและมีกล้ามเนื้อภายใน  จึงมีการยืดหดได้   พื้นผิวภายในช่องคลอดเป็นเยื่อบุนิ่ม ๆ ซึ่งเต็มไปด้วยไกลโคเจน สภาวะที่เหมาะสมต่อการป้องกันการเกิดการติดเชื้อคือสภาวะที่มีความเป็นกรด ชั้นลึกลงไปของผนังช่องคลอดคือ กล้ามเนื้อ  พิจารณาลึกลงไประดับเซลล์พบว่า เมื่อเกิดการหย่อนของช่องคลอด  มักเกิดจากเสื่อมสลายของเส้นใย คอลลาเจนที่ผนังช่องคลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญรักษาความยืดหยุ่นของช่องคลอด เดิมเราเข้าใจว่าภาวะช่องคลอดหย่อนจะพบเฉพาะในผู้หญิงสูงอายุ หรือวัยหมดประจำเดือน  เนื่องจากไม่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลเยื่อบุช่องคลอด แต่ผู้หญิงทุกคนรู้ดีว่า “ไม่จริงเสมอไป” เพราะช่องคลอดหย่อน หรือความรู้สึกหลวมนี้  เกิดขึ้นได้ในผู้หญิงที่ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรือมีบุตรแล้วแม้ยังไม่สูงวัยได้   

ความเสี่ยงในการเกิดช่องคลอดหย่อน ได้แก่
• การคลอดบุตรหลายคน
• การคลอดบุตรโดยคลอดยาก, ทารกมีน้ำหนักตัวมาก, ใช้เครื่องดึงหรือดูดศีรษะเด็กเพื่อช่วยคลอด
• อายุมาก
• สตรีในวัยหมดระดู  เป็นต้น

แม้แพทย์จะแนะนำถึงอาการให้เฝ้า สังเกตถึงภาวะช่องคลอดหย่อนไว้มากมาย แต่ความรู้สึกนี้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกได้ และยากที่จะอธิบายออกมา แต่รู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงแย่ลง อาการที่พบได้บ่อย ๆ ของช่องคลอดหย่อนคือ 
• รู้สึกถ่วง ๆ หลวม ๆ ในช่องคลอด    
• มีลมออกทางช่องคลอด
• ไม่มีความสุขขณะมีกิจกรรม (ซึ่งอาจหมายรวมถึงคุณผู้ชายด้วย)  
• หากผนังช่องคลอดหรือมดลูกหย่อนมากจนดันท่อปัสสาวะให้เลื่อนจากตำแหน่งปกติ ทำให้เวลาไอ หรือจาม แล้วมีปัสสาวะเล็ด

สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความกังวล และขาดความมั่นใจ และยังมีอีกหลายคนที่รู้สึกไม่ มั่นใจกับสีที่คล้ำขึ้นของบริเวณจุดซ่อนเร้น (แคมเล็ก และแคมใหญ่) รวมทั้งการหย่อนคล้อยของปากช่องคลอดอีกด้วย  การรักษาช่องคลอดหย่อนเดิมมี 2 วิธี ได้แก่ 

1. การบริหารช่องคลอดด้วยการขมิบ (Kegel exercise) เพื่อให้กล้ามเนื้อที่ผนังช่อง คลอดแข็งแรงมากขึ้น จะได้ไม่หย่อนมากขึ้น และรู้สึกกระชับขึ้น ทำได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน โดยขมิบช่องคลอด แล้วนับ 1-10 ในใจ แล้วจึงคลายการขมิบ บริหารวันละ 30-50 ครั้งอย่างต่อเนื่อง

2. การผ่าตัด หรือที่เรามักจะเรียกกันสั้น ๆ ว่า “การทำรีแพร์” โดยการผ่าตัดผนังช่องคลอดส่วนที่หย่อนคล้อยออก และเย็บให้กลับมากระชับมากขึ้น พิจารณาในกรณีที่ช่องคลอดหย่อนคล้อยมาก มีอาการมาก หรือบริหารช่องคลอดสม่ำเสมอแล้ว อาการไม่ดีขึ้น นวัตกรรมใหม่ “เลเซอร์กระชับช่องคลอด และปรับสีผิวบริเวณจุดซ่อนเร้น”



ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ในการกระชับช่องคลอด คือการใช้เลเซอร์ fractional CO2 ในการรักษาแบบฟื้นฟู เครื่องจะปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาแบบ 360 องศา ไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสท์ ช่วยทำให้ผลิตและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผนังช่องคลอดหดตัวและกระชับขึ้น

เมื่อพูดถึงเครื่องเลเซอร์ หลายคนคงคุ้นเคยถึงการนำเลเซอร์มาดูแลผิวพรรณ เพื่อความสวยงามเป็นหลัก จึงต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การเลือกเครื่องมือสำหรับการดูแลฟื้นฟูช่องคลอดก็มีความสำคัญ  เครื่องที่มีประสิทธิภาพย่อมหมายถึง ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานจากยุโรป รวมทั้งองค์การอาหารและยาในประเทศไทย ตลอดจนมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับ ในปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ คือเลเซอร์ซึ่งประกอบด้วย Scanner เฉพาะที่สามารถใช้ในการรักษาบริเวณจุดซ่อนเร้น โดยแสงเลเซอร์จะผ่าน Scanner เข้าไปยังผนังช่องคลอด เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เยื่อบุผิว เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและปรับสมดุลให้กับผนังช่องคลอด จึงช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ 

• ทำให้เกิดความกระชับ  
• ลดความเจ็บระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ 
•  ช่วยในการผลิตสารคัดหลั่งเพิ่มขึ้น  ทำให้เกิดความชุ่มชื้น  
• นอกจากนี้ เครื่องยังมี Scanner สำหรับปากช่องคลอด นั่นคือ บริเวณแคมเล็ก และแคมใหญ่ จึงช่วยแก้ปัญหากรณีมีสีหมองคล้ำบริเวณจุดซ่อนเร้น หลังทำเลเซอร์ประมาณ 1 สัปดาห์ บริเวณจุดซ่อนเร้นก็จะขาวขึ้น เพราะเลเซอร์จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว และผลัดให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออกไป
• เนื่องจากเครื่องมีหัวต่อสำหรับเลเซอร์บริเวณช่องคลอดที่รองรับท่อปัสสาวะดังนั้น จึงช่วยแก้ปัญหากรณีที่มีการหย่อนและเกิดอาการไอ จาม แล้วมีปัสสาวะเล็ดด้วย

การดูแลหลังทำเลเซอร์

• หลังการทำเลเซอร์บริเวณช่องคลอด แนะนำงดเพศสัมพันธ์ 3 วัน สามารถมีกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
• หลังการทำเลเซอร์บริเวณปากช่องคลอด (หมายรวม แคมเล็ก และแคมใหญ่) แนะนำงดเพศสัมพันธ์ 7-10 วัน  หลังจากนั้น จะสังเกตเห็นสีคล้ำบริเวณอวัยวะเพศภายนอกจางลง และขาวขึ้น หลังทำเลเซอร์สามารถมีกิจกรรมในชีวิตประจำวันตามปกติ

ทำเลเซอร์ เจ็บไหม

เนื่องจากการออกแบบ Scanner ที่สอดคล้องกับสรีระของผู้หญิงโดยเฉพาะ และด้วยเทคโนโลยีของเลเซอร์ จึงไม่มีความรู้สึกเจ็บขณะทำ และหากใช้เครื่องเลเซอร์ที่มี เทคโนโลยีระดับคุณภาพ จะใช้เวลาในการทำไม่นาน  ไม่ต้องดมยาสลบ ไม่ต้องฉีดยาชา  ไม่ต้องพักที่โรงพยาบาล และหลังทำสามารถกลับได้เลย และมีกิจกรรมตามปกติ

จะเห็นได้ว่า นวัตกรรมทางการแพทย์พัฒนาไม่หยุดยั้ง เช่นเดียวกับการดูแลสุขภาพที่ คุณผู้หญิงทุกคนควรใส่ใจดูแลรายละเอียดในทุกเรื่องในเชิงป้องกัน ก่อนที่จะเกิดปัญหาจนไม่สามารถป้องกันได้  การดูแลช่องคลอดก็เช่นกัน หากเริ่มพบปัญหาการหย่อนคล้อย หรือแม้แต่รู้สึกไม่เหมือนเดิม (ไม่ว่าจะขณะมีกิจกรรม
หรือไม่ก็ตาม) ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะเราสามารถรักษา หรือป้องกันก่อนที่จะเกิดภาวะหย่อนคล้อยมาก หรือมีปัญหาครอบครัว หากป้องกันและดูแลก่อนที่การหย่อนคล้อยจะหนัก ก็จะช่วยหลีกเลี่ยงการผ่าตัดได้ด้วยเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยได้

ข้อมูลจาก แพทย์หญิงธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ และหัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ประจำโรงพยาบาลพญาไท 1/ https://www.phyathai.com

..........................................
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 59