อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 มกราคม 2565

วิจัยเพิ่มมูลค่าผักตบชวา สู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์

อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย มีแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องจักร เส้นใย เส้นด้าย และผ้าผืนอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มีการพัฒนาควบคู่ไปกับการนำพืชทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 เวลา 03.36 น.

แนวทางการพัฒนามาจากนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2555–2559) ได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์การสร้างศักยภาพและความสามารถเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในยุทธศาสตร์นี้มุ่งเน้นการวิจัยเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ซึ่งครอบคลุมการสร้างมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร ป่าไม้ และประมง รวมทั้งการพัฒนาและจัดการองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

และเพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร, ดร.รัตนพล มงคลรัตนาสิทธิ์ และ อาจารย์ศุภนิชา ศรีวรเดชไพศาล นักวิจัยและอาจารย์ประจำสาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จึงได้วิจัยพัฒนาเส้นใยผักตบชวาสู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์ (The Development of Water Hyacinth fiber to Creative Textile Products) ได้รับงบประมาณอุดหนุนการวิจัยจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ด้วยคุณสมบัติเด่นของเส้นใยผักตบชวา น้ำหนักเบา ใส่แล้วไม่ร้อน เมื่อเทียบกับเส้นใยลินิน ป่าน ปอ อีกทั้งยังได้นำวัชพืชที่ไม่มีประโยชน์มาเพิ่มมูลค่าทางด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอ จากเส้นใยธรรมชาติ กลายเป็นเส้นด้ายผลิตเป็นผ้าผืนและผลิตภัณฑ์สิ่งทออย่างสร้างสรรค์ สามารถสนองตอบต่อความต้องการของตลาดสิ่งทอ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผศ.ดร.สาคร ชลสาคร เผยว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอของไทย มีแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องจักร เส้นใย เส้นด้าย และผ้าผืนอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มีการพัฒนาควบคู่ไปกับการนำพืชทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมที่สนับสนุนเส้นใยธรรมชาติ ผักตบชวา ถือเป็นวัชพืชที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ พืชน้ำล้มลุก อายุหลายฤดู สามารถอยู่ได้ทุกสภาพน้ำ มีลำต้นสั้นแตกใบเป็นกอลอยไปตามน้ำ และจากการศึกษาพบว่า ผักตบชวาสามารถดูดไนโตรเจนได้ทั้ง 3 ชนิด แต่ในปริมาณที่แตกต่างกันคือ ผักตบชวาสามารถดูดอินทรีย์ไนโตรเจนได้สูงกว่าไนโตรเจนในรูปอื่น ๆ คือ ประมาณ 95% ขณะที่ไนเตรทไนโตรเจน และแอมโมเนียไนโตรเจน จะเป็นประมาณ 80% และ 77% ตามลำดับ และที่สำคัญที่สุดพบว่า ในส่วนของสำต้นประกอบด้วยเส้นใยยาวจำนวนมาก เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าและพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสิ่งทอ จึงมีแนวคิดในการนำผักตบชวามาพัฒนาเป็นเส้นใยธรรมชาติสู่ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

ผศ.ดร.สาคร กล่าวว่า การวิจัยได้มีการทดลองใน 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การแยกสกัดเส้นใยผักตบชวาด้วยวิธีการทางเชิงกล แหล่งวัตถุดิบผักตบชวาในแม่น้ำลำคลอง จากคลองรังสิต ตำบลคลองหก อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โดยคัดเลือกผักตบชวาที่มีความยาวของลำต้นประมาณ 50 เซนติเมตร จากนั้นนำมาตัดส่วนรากและส่วนใบออก คงเหลือเพียงส่วนของลำต้น โดยปกติก้านหรือลำต้นผักตบชวาสด 1 กิโลกรัมจะมีประมาณ 12-15 ต้น นำมาล้างน้ำให้สะอาด มัดด้วยเชือก จากนั้นนำมาแยกสกัดเส้นใยผักตบชวา ด้วยเครื่องแยกเส้นใยแบบกึ่งอัตโนมัติ โดยการป้อนเข้าเครื่องแยกทีละ 2 ต้น ใช้หลักการหมุนขูด เป็นการขูดแบบเส้นตรง เพื่อแยกเปลือกชั้นนอกออก เส้นใยที่ได้จะเป็นเส้นใยแบบยาว (long staple fi ber) จากนั้นนำไปผึ่งลมให้แห้ง ลักษณะและสมบัติเส้นใยจากผักตบชวาพบว่า มีสีขาวครีม พื้นผิวเส้นใยมีลักษณะสลับซับซ้อน ให้ความรู้สึกนุ่มเมื่อจับสัมผัส

ขั้นที่ 2 การปั่นเส้นด้ายจากเส้นใยผักตบชวา สำหรับเส้นใยผักตบชวาเป็นเส้นใยจากธรรมชาติมีรูพรุนสูง และพื้นผิวภายนอกมีความสลับซับซ้อน สามารถกักเก็บอากาศได้ดี มีความหนืดของผิวสัมผัส ผลการปั่นเส้นด้ายพบว่า เส้นใยผักตบชวาจะมีความหยิกงอเล็กน้อย และเพื่อลดคุณสมบัติดังกล่าวให้เหมาะสมกับการปั่นเส้นด้าย จึงต้องปั่นผสมระหว่างเส้นใยผักตบชวากับเส้นใยเรยอน ทำให้เส้นด้ายที่ผลิตออกมามีคุณสมบัติในการดูดความชื้นได้ดี และมีความ
แข็งแรงเพิ่มขึ้น

สำหรับขั้นที่ 3 การผลิตผืนผ้าและผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากเส้นใยผักตบชวา และขั้นที่ 4 การออกแบบและผลิตผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างสรรค์จากเส้นใยผักตบชวา นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายและเครื่องประกอบการแต่งกาย อาทิ เสื้อผ้าผักตบชวา หมวกผักตบชวา ร้องเท้าผักตบชวา นำมาออกแบบและตัดเย็บผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ ผ้าปูโต๊ะ

นอกจากคุณสมบัติเด่นที่มีน้ำหนักเบา ใส่แล้วไม่ร้อน ที่สามารถนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเปิดมุมมองและสร้างโอกาสเศรษฐกิจของไทย ในการเป็นผู้นำเส้นใยธรรมชาติในประชาคมอาเซียน (AEC) อีกด้วย.

นภาพร พานิชชาติ
napapornp@dailynews.co.th



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 157