อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2565

‘ประโยคย้ำ’ สร้างชื่อไทยในเวทีโลก ‘ไอ คัม ฟรอม ไทยแลนด์’ ผู้หญิงพลังสุริยะ ‘วันดี กุญชรยาคง’

เธอนัดพบทีม “วิถีชีวิต” ที่อาคารยูไนเต็ดทาวเวอร์ ย่านทองหล่อ ที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของเธอ ซึ่งแว่ว ๆ ว่า... อีกไม่ช้าไม่นานก็จะขยับขยายไปยังออฟฟิศแห่งใหม่ อาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2558 เวลา 05.29 น.

“พอชีวิตผ่านจุดที่ยากได้ จากนี้ก็ไม่มีอะไรที่ยากจนทำไม่ได้แล้ว” ...เสียงจาก “วันดี กุญชรยาคง” ประธานกรรมการ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา “โซลาร์ฟาร์ม” ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เชิงพาณิชย์ ลำดับต้น ๆ และตอนนี้ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งก็ทำให้คำว่า... “โซลาร์ฟาร์ม” กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ไม่เฉพาะแค่ในไทย หรืออาเซียน แต่รวมถึงในเวทีโลกด้วย และต่อมายังต่อยอดธุรกิจสู่ “โซลาร์รูฟ” ตามหลังคาอาคารบ้านเรือน จนหลาย ๆ คนยกให้เธอเป็น “ผู้หญิงพลังสุริยะ” ซึ่งกับเส้นทางชีวิตของเธอก็มีแง่มุมน่าสนใจ ที่วันนี้ทีม “วิถีชีวิต” มีเรื่องราวมานำเสนอ...

เธอนัดพบทีม “วิถีชีวิต” ที่อาคารยูไนเต็ดทาวเวอร์ ย่านทองหล่อ ที่ตั้งกองบัญชาการใหญ่ของเธอ ซึ่งแว่ว ๆ ว่า... อีกไม่ช้าไม่นานก็จะขยับขยายไปยังออฟฟิศแห่งใหม่ ซึ่งกำลังตกแต่งอยู่ เป็นการขยับขยายที่ทำงานไปพร้อม ๆ กับกิจการที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากพบกัน...เธอเชื้อเชิญให้เข้าพูดคุยที่ห้องทำงานของเธอ เราสังเกตเห็นข้าวของและกองเอกสารมากมายรอบ ๆ ห้อง รวมถึง “ถุงผ้า” ซึ่งวางอยู่ที่พื้นห้องเรียงรายไว้หลายใบ เธอยิ้มพร้อมบอกว่านั่นเป็นเอกสารงานของแต่ละบริษัท ถุง 1 ใบ ก็ 1 บริษัท เธอใช้วิธีจัดแยกเอกสารแบบนี้มานานแล้ว เพราะคล่องตัว และสะดวกในการค้นหา ซึ่งใครจะนำวิธีนี้ไปใช้บ้างก็ได้ เธอไม่หวง!

“ทำงานตั้งแต่เด็ก ทำทุกอย่างที่จะได้เงินสุจริต พับถุงกระดาษ เก็บพวงหรีดวัดเอามาแกะโฟมออกเพื่อทำกระทงขายก็เคย รับติวหนังสือให้เพื่อนก็ทำ หรือตอนที่อยากจะเก่งภาษาอังกฤษ ช่วงวันหยุดก็จะใส่ชุดนักเรียน นั่งรถเมล์จากบ้านแถวสุขุมวิทไปวัดพระแก้ว รอนักท่องเที่ยวต่างชาติ พอเจอฝรั่งก็จะทำเป็นอธิบายนู่นนี่นั่นให้เขาจ้างพาเที่ยว ก็ได้เงินด้วย ได้ฝึกภาษาด้วย” ...เป็นภาพชีวิตวัยเด็กที่เธอเล่าให้ทีม “วิถีชีวิต” ฟัง

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจ คือ แม้จะเรียนจบบัญชีมา แต่เธอก็ไม่เคยสนใจอาชีพนักบัญชีเลย เพราะมองว่าไม่ท้าทาย แต่วิชาที่สนใจ และทำให้ตัดสินใจเรียนเพิ่ม ได้แก่ “กฎหมาย” เพราะไม่อยากถูกหลอก และการได้เรียนวิชานี้ ทำให้กลายเป็นคนรอบคอบ เพราะต้องทั้งอ่าน ทั้งจำ และยังต้องทำความเข้าใจให้ปรุโปร่ง ซึ่งแนวคิดนี้ได้ติดตัวเธอมาจนถึงทุกวันนี้ โดยเธอบอกว่า...จะยึด 4 คำนี้มาตลอด คือ...1. Think-คิด 2. Believe-ความเชื่อมั่น 3. Faith- ศรัทธา และ 4.Active - ลงมือทำ ซึ่งทั้ง 4 คำนี้ เธอนำมาใช้ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับการงาน-ธุรกิจ รวมถึงใช้ในเรื่องต่าง ๆ ของชีวิตด้วย...

“เวลาทำอะไร เราต้องคิดแล้วกลั่นกรองออกมา เมื่อคิดได้แล้ว ก็ต้องเชื่อด้วยว่า เราทำได้ ต้องมีแผนด้วย ไม่ใช่ลุยไปโต้ง ๆ ตายดาบหน้า ไม่เอา ของเราจะมีแผนทุกอย่าง มีโรดแม็พชีวิตทุกครั้ง ทีนี้บางทีความเชื่ออาจไม่พอ เราต้องมีศรัทธาด้วย ต้องเชื่อในสิ่งที่ทำด้วย และสำคัญสุด มี 3 ข้อแล้วก็ไม่พอ เพราะคุณต้องลงมือทำด้วย ผิดก็เรียนรู้ปรับปรุงให้ดีขึ้น คนที่ไม่ผิดพลาด คือคนที่ไม่ลงมือทำอะไรเลย อย่างตอนที่ทำโครงการใหม่ ๆ อยู่หน้างานทุกวัน ยืนอย่างนี้ ไปเดินอย่างนี้ทุกวัน จนทำเสร็จเรียบร้อย เพื่อให้รู้ขั้นตอน รู้จักวิธีทำงาน เมื่อเกิดปัญหา เราจะเห็นภาพทั้งหมด ทำให้แก้ปัญหาได้ตรงเรื่อง ตรงจุด จะหลอกเราไม่ได้ คือเราต้องรู้จริง รู้ให้ลึก และรู้ให้กว้างด้วย”

...นี่เป็นแนวคิดที่เธอใช้ และก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ “ธุรกิจโซลาร์ฟาร์ม” ของเธอ เป็นไปได้ ซึ่งในช่วงเริ่มต้น ก็มีคนมองว่า... เป็นไปไม่ได้ แต่เธอทำให้เป็นไปได้ โดยเธอเล่าว่า... หลังเคยทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วหยุดพักไป 2 ปี ก็กลับมาทำงานอีกครั้งใน ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากเป็นโครงการใหม่ของรัฐบาลยุคนั้น และคำว่า “โซลาร์ฟาร์ม” ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จึงไม่มีเอกชนรายใดสนใจลงทุนเรื่องนี้ แต่ด้วยความที่เธอมองเรื่องนี้ว่าเป็นธุรกิจที่จะมีความสำคัญมากในอนาคต จึงตัดสินใจจะทำโครงการ โดยตอนที่ยื่นขอโครงการ ตั้งใจทำเพียงโครงการเดียว แต่สุดท้ายก็ได้มา 36 โครงการ

“ตอนนั้นก็ถามตัวเองว่า...จะเอาเงินจากที่ไหน เพราะต้องใช้ 5,000 ล้านบาท แต่มีเพียง 400 ล้านบาท ขายทั้งบ้านและที่ดินก็ได้มาเพิ่มอีก 200-300 ล้านบาท ก็ยังไม่พอ ธนาคารจึงแนะนำให้หาพาร์ตเนอร์ที่น่าเชื่อถือ เราเลยมองไปที่ธนาคารโลก หรือเวิลด์แบงก์ ซึ่งยากมาก แต่คิดว่าไม่ลองก็ไม่รู้ เปิดกูเกิลหา พบว่ามีสำนักงานที่ฮ่องกง จึงบินไปโดยหอบเอกสารไปนั่งรอที่ล็อบบี้ เจ้าหน้าที่ถามว่ามาทำไม จึงแจ้งวัตถุประสงค์ไป ทางนั้นบอกต้องไปที่ฟิลิปปินส์นะ สุดท้ายกลับมากรุงเทพฯ และบินไปฟิลิปปินส์ต่อเลย ที่สุดก็ได้เขามาร่วมลงทุน...

ประโยคที่บอกเขาคือ I can bring Solar Power to Southeast Asia ซึ่งถูกหยิบไปเป็น cover story ในวารสารของเวิลด์แบงก์ ปี ค.ศ.2011เป็นเกียรติมาก ประโยคนี้เป็นเหมือนสเตทเมนต์ของเราเลยนะ (หัวเราะ) ครั้งนั้นเป็นผู้หญิงเอเชียคนเดียวที่ขึ้นปก และคิดแล้วก็มีเรื่องสนุก คือตอนไปฟิลิปปินส์ น้องที่จองตั๋วกับที่พักให้ ก็จองโรงแรมในย่านที่แบบว่า...ออกไปเดินคนเดียวไม่ได้เลย เพราะอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยปลอดภัยนัก เพราะจองโรงแรมที่ไม่แพงมากไว้ แต่ก็ผ่านมาได้ กลับมา คิดแล้วก็ยังอดขำตัวเองไม่ได้” …เป็นอีกเรื่องราวในช่วงสตาร์ต ที่สะท้อน “เลือดนักสู้” ในตัวหญิงเก่งคนนี้

กับ “มุมชีวิตสนุก ๆ” ยังไม่หมด!!! ข้อมูลที่น้อยคนจะทราบ คือ ครั้งหนึ่งเธอทำให้ “ขาใหญ่วงการเทป-ซีดี” สะเทือน โดยเธอเล่าว่า...ตอนเรียนที่อเมริกา เธอพักอาศัยอยู่กับครอบครัวชายชาวอเมริกัน ซึ่งเธอนับถือเป็นคุณพ่อบุญธรรม โดยไม่ทราบมาก่อนว่า คุณพ่อบุญธรรมท่านนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องผลิตเทปและซีดี จนกลับมาเมืองไทยก็ได้รับการติดต่อจากท่านให้ช่วยเป็นล่ามให้ เพราะจะบินมาคุยธุรกิจ จึงได้ทราบเรื่องก็ตอนนั้นเอง ซึ่งวันนั้นเธอแปลจนขายเครื่องได้ คุณพ่อจึงเสนอให้เธอรับเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งเธอสนใจอยู่แล้ว จึงตกปากรับทำงานนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นวงการเทป-ซีดี มี “ยักษ์ใหญ่” กอดคอกันอยู่จนยากจะเจาะตลาดได้ เธอจึงใช้วิธีขายเครื่องให้ “กลุ่มทำเพลงสากล” จากวันแรก 1 เครื่อง พอวันรุ่งขึ้นยอดสั่งซื้อเพิ่มเป็น 30 เครื่อง จนทำให้ขาใหญ่วงการเพลงสะดุ้ง ถึงกับต้องเรียกพบตัวเธอด่วนในเวลากลางคืน เพื่อตกลงธุรกิจ

“ปี 2537 ยังไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์ ตอนนั้นเจ้าตลาดมี 4 ราย ซึ่งใครก็ยากจะเจาะได้ เราเลยใช้วิธีขายให้กลุ่มที่ทำเพลงสากล ทำเพลงฝรั่ง แต่ไม่ขายให้กับคนที่ก๊อบเพลงไทยนะ สุดท้ายเขาทนไม่ไหว เรียกเราไปพบเพื่อพูดคุยตอน 5 ทุ่ม เจอหน้ากัน เขาบอกว่าวันดีวางระเบิดเขา (หัวเราะ) เราก็ตกใจว่าระเบิดอะไร เราก็เหมือนคนขายรถ คนซื้อจะเอาไปทำอะไร เราไม่รู้ สุดท้ายวันนั้นคุยกันตั้งแต่ 5 ทุ่ม จนถึงตี 4 ที่สุดเขาก็สั่งซื้อเครื่องจากเรา” ...เป็นอีกเรื่องราวของเธอคนนี้ที่เธอย้ำว่า... ไม่ค่อยมีใครรู้ประวัติชีวิตในเรื่องนี้มากนัก

ด้าน “ชีวิตกับงานสังคม” ชื่อของเธอนั้น ไม่เพียงเป็นที่รู้จักในแวดวงพลังงานประเทศไทย แต่ในเวทีระดับโลก ชื่อ “วันดี” คนนี้ก็เป็นที่รู้จักมาก ดูจากรางวัลมากมาย ทั้งในฐานะ “นักธุรกิจ” รวมถึงบทบาทในฐานะ “ผู้หญิง” ด้วย อาทิ ปี 2555 ติดทำเนียบ 1 ใน 15 นักธุรกิจหญิงดาวรุ่งของเอเชียจากนิตยสารฟอร์บ และรับเชิญขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีซีอีโอ ฟอรัม ที่บาหลี อินโดนีเซีย, ปี 2556 คว้ารางวัล Woman Entrepreneur of the Year Award, ปี 2557 ได้รับเลือกจาก UN ขึ้นรับรางวัล Leading a Woman Powered Solar Energy Transformation และได้รับรางวัลสุดยอดนักธุรกิจหญิงอาเซียน จากสมาพันธ์นักธุรกิจสตรีอาเซียน รวมถึงในปี 2558 นี้ ก็เพิ่งถูกเชิญให้ขึ้นพูดที่งาน The International Economic Forum of Americas อีกด้วย และล่าสุดก็ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล The Power Woman of the Year ด้วย ก็เรียกว่า...สาธยายไม่หวาดไม่ไหว กับ “ผลงานหญิงเก่ง” คนนี้

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่าน ๆ มาก็ไม่ค่อยปรากฏข่าวเธอในแวดวงสังคมมากนัก โดยเธอบอกว่า... “เข้าสังคม หรือออกงานอะไรนี่ ไม่ถนัด คนเลยมองว่าเก็บตัว ก็จริง เราคิดว่าถ้าเราลดความหรูหราของตัวเองลง และนำไปแบ่งปันให้คนที่ต้องการจะดีกว่าไหม คนเราเกิดมาจะไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฉะนั้นไม่ต้องไปสะสมอะไรมากมาย มีแค่พอจำเป็น แค่ที่ต้องมีก็พอแล้ว ที่ตั้งใจไว้คือ จะทำโรงพยาบาล ทำที่พักให้ญาติผู้ป่วย เคยไปอีสาน สงสารมาก เห็นญาติคนไข้ไม่มีที่นอน ต้องไปนอนตามซอกตึก ตามต้นไม้ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ”

ถึงวันนี้ แม้อาณาจักรโซลาร์ฟาร์มจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่เธอย้ำว่า...กำลังลดบทบาทตัวเองลง และเน้นส่งผ่านแก่คนรุ่นใหม่ให้เร็วที่สุด เพราะธุรกิจนี้เป็นเรื่องอนาคต ที่ต้องใช้ “พลังคนรุ่นใหม่” เพื่อขับเคลื่อน ซึ่งเธอเชื่อว่า... ทุกคนมีนาฬิกาชีวิต ที่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถึงเวลาแล้วก็ต้องไป วันนี้เธอจึงพยายามให้...ให้ได้มากที่สุด ผ่านทางความรู้ ประสบการณ์ และการมอบโอกาส...

“เป็นคนไม่ชอบท่อง เวลาได้รับเชิญไปพูด จะไม่มีสคริปต์ แต่จะพูดจากความเชื่อ จากความรู้สึกของเรา และไม่ว่าเวทีไหนก็จะย้ำว่า ฉันมาจากประเทศไทย I come from Thailand นะ ไม่ใช่ไทเป ไม่ใช่ไต้หวันนะ จนเป็นคำพูดติดปาก ทีนี้บางคนที่ได้เจอกันบ่อย ๆ เขาก็จะเดินมาทักและแซวว่า... I know you from Thailand (หัวเราะ) แสดงว่า...เราทำสำเร็จ ที่ทำให้มีคนรู้จักประเทศไทยเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้ว” ...เป็นอีกเรื่องราวของ “ผู้หญิงพลังสุริยะ” คนนี้...

“วันดี กุญชรยาคง”.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ : รายงาน

‘Destination...รัก’

ไม่ค่อยเปิดตัวนัก แต่ในหมู่คนใกล้ชิด ก็ทราบดีว่า... “วันดี กุญชรยาคง” เป็นภรรยา “ผู้ว่าฯ นักปั่น” อย่าง “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” พ่อเมืองชัยนาท ซึ่งทั้งสองต่างก็มีงานรัดตัวทั้งคู่ แถมยังต้องอยู่ห่างจังหวัดกันอีก กับเรื่องนี้ ฝ่ายภรรยาบอกว่า...ถ้าต่างฝ่ายต่างมีภารกิจ ส่วนใหญ่ก็จะโทรศัพท์เพื่อคุยกัน ซึ่งบางทีเวลาที่อยู่ด้วยกันก็คือเวลาที่ออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน

กับสถานะ “ภรรยาผู้ว่าฯ” เธอย้ำว่า...ห้ามเรียก “คุณนาย” เพราะไม่ชิน ซึ่งก็เหมือนผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์ ที่ไม่ค่อยอยากให้ใครเรียก “ท่าน” ซึ่งด้วยความที่มีความคิดคล้ายกัน มีรูปแบบการใช้ชีวิตคล้ายกัน นี่ก็คงเป็นปัจจัยที่ทำให้ชีวิตเข้ากันได้อย่างดี

“มีประสบการณ์ความรักน้อยมาก ชีวิตส่วนใหญ่ถ้าไม่เรียนก็ต้องทำงาน แต่กับความรัก ก็มีแนวคิดว่า...คนที่เรารัก หมายความว่า...คนนั้นเขาเป็น Destination ของเราแล้วนะ จะลองนึกภาพว่า เวลาที่เราป่วย เวลาที่เราไม่สบายใจ เราจะคิดถึงใคร ถ้าเราคิดถึงคนนั้น ก็แสดงว่าคนนั้นคือคนที่ใช่ ซึ่ง พี่เก่ง (ผู้ว่าฯ สุทธิพงษ์) ก็คือคนนั้นของเรา”

...แม้จะออกตัวก่อน ว่าไม่ใช่คนโรแมนติก ไม่ใช่คนหวาน แต่ก็คงต้องบอกว่า...ฟังจบแล้ว รู้สึกว่า...หวานมาก!!!.



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0