อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 28 พฤษภาคม 2565

ไอทีควอนตัมไทย (6): อนาคตเลือกถามผู้ใหญ่ลี ?

อีกสองเพลงที่เห็นภาพสังคมพื้นฐานได้ชัด “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรานี้แสนอุดมสมบูรณ์ … ” และ “กสิกรแข็งขลังเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม” พุธที่ 21 มกราคม 2558 เวลา 00.00 น.

“พอศอสองพันห้าร้อยสี่ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ...”

… “ทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนาเลี้ยงเป็ดและสุกร”

เพลงนี้บอกบรรยากาศเกินครึ่งศตวรรษก่อนของพัฒนาการสังคมเกษตรไทยได้ชัดเจน ดูเหมือนว่าจะเป็นแนวทางการสานนโยบายวิทยาการใหม่ที่นำกลับมาใช้เข็นดันไอทีควอนตัมครึ่งศตวรรษหลังดูบ้างน่าจะดี แต่ต้องตามหาผู้ใหญ่ลียุคนี้ให้เจอกันก่อน

อีกสองเพลงที่เห็นภาพสังคมพื้นฐานได้ชัด “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเรานี้แสนอุดมสมบูรณ์ … ” และ “กสิกรแข็งขลังเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ไทยจะเรืองอำนาจเพราะไทยเป็นชาติกสิกรรม”

เกริ่นด้วยเพลงเก่าที่ว่าแล้วมาย้อนหาไอทีควอนตัมของเมืองไทยกัน ซึ่งแว๊บแรกอาจดูไม่น่าเกี่ยวข้องแถมนักเทคโนโลยีหัวก้าวหน้าอาจขุ่นเคืองเอาได้ แต่หากเพ่งพินิจจะพบว่าเมื่อจะเลือกพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ใด ๆ ควรต้องดูความเหมาะสมกับสภาพสถานะเศรษฐกิจและสังคม สร้างสมดุลย์ในประเทศให้ได้ด้วยเช่นกัน เพราะเมืองไทยไม่เหมือนใครทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น จีนหรือแม้สิงคโปร์ทีี่เพิ่งพาไปทัวร์มา ผลผลิตบอกความเป็นตัวตนของไทยและแรงงานส่วนใหญ่มาจากภาคเกษตรกรรมที่สำคัญสุด

เมื่อพิจารณาสารพันปัญหารุมเร้าอื่น ๆ ของประเทศด้านการเกษตรอันเป็นงานหลัก แล้วเผื่อเวลาชำเรืองมองสถานะภาพไอทีแห่งอนาคตด้วยปัจจัยบ่งชี้หลักจาก 1) วิทยาการพื้นฐาน 2) บุคลากร 3) งบประมาณและ 4) นโยบายการสนับสนุนที่สอดคล้องเช่นเดียวกับทุกประเทศตัวอย่างก่อนหน้า จะพบว่าเมืองไทยยังขาดปัจจัยแกนหลักทั้งหมดนี้อย่างชัดเจน เอ่ ! การเกษตรอาชีพสำคัญก็ยังมีอุปสรรคมากส่วนไอทีควอนตัมศักยภาพสูงก็กำลังมาแต่ยังไม่มีความพร้อม ดังนั้น จึงควรมาช่วยกันเร่งหาจุดสมดุลย์ว่าไอทีควอนตัมควรจะยืนอยู่ตรงไหนในสังคม ?

ยุคเริ่มต้นทราบกันแล้วว่าปฐมฤกษ์วิทยาการกลศาสตร์ควอนตัมพื้นฐานข้ามน้ำมาถึงประเทศไทยหลังจากกำเนิดขึ้นที่ยุโรปแล้วนานกว่าครึ่งศตวรรษ หากพิจารณาเฉพาะแขนงวิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัมก็มีลักษณะคล้ายกันที่ตามหลังการคิดค้นเมื่อปีพ.ศ.2527ในระยะที่ห่างมาก นั่นคือ มีนักศึกษาไทยคนแรกสำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศด้านนี้โดยตรงกว่าทศวรรษหลังจากนั้น และเริ่มมีโครงการวิจัยเกิดขึ้นเมื่อเว้นเวลามาอีกนานรวมถึงสามสิบปีที่ตามหลัง … ยังอ่อนต่อโลกวิทยาการทั้งอดีตและปัจจุบัน

เมื่อออกตัวช้ากว่ามากแล้วจะตามไปอย่างไรดีต่อจากนี้ ด้านหนึ่งภายในประเทศก็มีปัจจัยเร่งเร้าให้เริ่มต้นนับหนึ่งกันทั้งโครงสร้างการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ การปกครองวิ่งย้อนไปเริ่มใหม่ทางซ้าย ส่วนอีกด้านภายนอกเรื่องเทคโนโลยีไอทีอนาคตนี้ที่ก็นำหน้าเมืองไทยไปทางขวาไกลลิบแล้วก็ห่างถ่างออกมากขึ้นทุกวัน

ทว่า ประเทศไทยพบอุปสรรคอยู่เพียงที่เดียวหรือก็มิใช่ แล้วเหตุใดที่อื่นประเทศอื่น ๆ ฝ่าฟันกันไปได้ล่ะ … อย่างนั้นมาทวนสรุปกันใหม่เพื่อรู้เขาและรู้ตัวเราแล้วไปกันต่อให้ได้ดังนี้

อเมริกามี “นโยบายนำ เงินตาม คนก็พร้อม วิทยาการสะสมนำหน้าพัฒนาต่อเนื่อง” ยุโรปก็ “นโยบายนำ รวมงบประมาณ คนแต่ละประเทศมีน้อยก็รวมทีมข้ามประเทศจนพร้อม วิทยาการได้สั่งสมเข้มแข็งมานับศตวรรษแล้วก่อนใคร ๆ” ส่วนญี่ปุ่น “นโยบายนำกับแผนถึงสี่สิบปี เงินพร้อม คนขยันก็เยอะ วิทยาการก็สั่งสมแข็งแรงและสร้างเองได้หมดแล้ว” จีนวิ่งด้วย “นโยบายนำ เงินพร้อม คนขยันก็เหลือเฟือ เคล็ดวิชาก็สำเนาเลียนแบบจนทำเองได้แล้ว” และสิงคโปร์ “นโยบายนำสุดทางกับแผนงานสุดล้ำ เมื่องบเงินตามมาพร้อม ที่เหลือคือคนกับวิทยาการจึงซื้อเหมาเข่งมานั่งทำที่เกาะเต็มเวลา” เขาเป็นแบบนี้กัน

บวกด้วยอีกหนึ่งกรณีแม้ไม่ใช่ไอทีควอนตัมและเป็นเทคโนโลยีเพื่อกิจกรรมที่ไม่สู้จะดีนัก คือประเทศปากีสถานผลักดันให้มีเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่องานด้านความมั่นคงที่จำเป็นเร่งด่วน “แม้จะไม่มีกิน” โดยซัลฟิการ์ อาลี บุตโต (Zulfikar Ali Bhutto) ซึ่งภายหลังเป็นประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้ก่อนหน้าเมื่อค.ศ.1965 ("…. we will eat grass or leaves, even go hungry, but we will get one of our own") แม้ไม่มีเทคโนฯ ไม่มีงบ ไม่มีกิน แต่ปากีสถานจำต้องหาทางสร้างความสมดุลย์ด้านความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ จนไปอยู่แถวหน้าของโลกด้านนี้ซะแล้ว (เทคโนโลยีทำลายล้างเหล่านี้ควรเลี่ยงทุกคู่กรณี !)

ตัวอย่างทั้งหมดนี้ก็เพื่อชี้เป้าการพัฒนาเทคโนฯ ของทั้งสหรัฐฯมาจนถึงสิงคโปร์ต่อด้วยปากีสถานนั้น มีปัจจัยสำคัญหลักร่วมกันชัดเจนประการหนึ่งคือ “นโยบายสุด ๆ” แม้บางประเทศจะขาดปัจจัยอื่นสองถึงสามเรื่องแบบสิงค์โปร์หรือปากีสถาน แต่ก็ชดเชยได้ด้วยแรงลากจูงเต็มกำลังหรือนโยบายสุดล้ำของประเทศที่ออกพุ่งนำไปนั่นเอง

ในเมื่อพัฒนาการไอทีควอนตัมของไทยโดยรวมยังคงอยู่ในระดับพื้นฐานหรือการเริ่มต้น งบไม่ถึง คนไม่พร้อม วิทยาการตามหลังไกลลิบ (พึงตระหนักช่วยการเกษตรงานหลักก่อนด้วย) จึงเหลือปัจจัยเดียวที่เป็นไปได้เหมือนปากีสถานแล้วกระมังคือ รอการถ่ายทอดนโยบายอันสุดยอดผ่านมาจากผุู้ใหญ่ลี

กระนั้น ควรมาร่วมด้วยช่วยกันหาคำตอบความสมดุลย์ให้ได้ก่อน (คราวหน้า) เพราะหากรอถึงปี “พอศอสองพันห้าร้อยหกสิบสี่” เมื่อหลานเหลนของผู้ใหญ่ลีตีกลองเรียกชาวบ้านประชุมอาจจะช้าเกินไป … เชิญชวนมาร่วมกันแต่เนิ่น ๆ “สามัคคีคือพลัง”

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"
facebook.com/QuantumCryptoThailand
(ECTI Info. & IEEE ComSoc Thailand)



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0