อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤษภาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 พฤษภาคม 2565

ไอทีควอนตัมไทย (4): อนาคตเลือกแบบจีนความเร็วสูง ?

เกริ่นด้วยตัวอย่างหนึ่งกับเพียงสิบปีเศษแต่ได้งบสูงนับพันล้านหยวนแล้ว นักศึกษาปริญญาเอกกว่ายี่สิบคนวนเวียนมาอยู่ทำงานสม่ำเสมอ ผลงานลงวารสารวิชาการกว่า 400 พุธที่ 7 มกราคม 2558 เวลา 00.00 น.

ประเทศจีนไม่จนแล้ว ! ... เช่นเนรมิตสนามบินใหม่เอี่ยมได้ภายในแปดปี (หนองงูเห่าสี่สิบปี) แล้วงานนี้ล่ะกับไอทีควอนตัม ?

เกริ่นด้วยตัวอย่างหนึ่งกับเพียงสิบปีเศษแต่ได้งบสูงนับพันล้านหยวนแล้ว นักศึกษาปริญญาเอกกว่ายี่สิบคนวนเวียนมาอยู่ทำงานสม่ำเสมอ ผลงานลงวารสารวิชาการกว่า 400 และมากกว่า 20 ชิ้นจำนวนนั้นตีพิมพ์ในวารสารอันดับหนึ่ง “Nature” พร้อมด้วยต้นแบบและบริษัทตั้งจากผลงานวิจัย (spin-off) แล้วแบบนี้ท่านพี่จะไม่พิชิตศึกวงการนี้ได้อย่างไร เพราะที่รำพึงอยู่นี้เป็นผลจากแค่มหาวิทยาลัยแห่งเดียว หากรวมพลังลมปราณทั้งประเทศจะนับประมาณกันไม่ไหว

เช่นเดียวกันกับประเทศญี่ปุ่น การจัดทำแผนที่นำทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเชิงควอนตัมก็มีที่แดนมังกร แต่มาด้วยกลยุทธ์เกทับกับระยะเวลาถึงสี่สิบห้าปี อยู่ในแผนพิชัยยุทธ 3 ช่วงระยะ คือ ระยะสั้น (ปีค.ศ.2005-2020) ระยะกลาง (ปีค.ศ.2020-2035) และระยะยาว (ปีค.ศ.2035-2050) ที่ครอบคลุมสาขากว้างมากของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นความภาคภูมิใจเหลือประมาณของคนจีนโดยนำเสนอการคาดการณ์ที่เกี่ยวข้องว่า ในปีค.ศ.2050 ประเทศจีนอาจเป็นประเทศที่ล่ำซำที่สุดในโลก (ในเชิงค่าการเติบโตทางเศรษกิจ - GDP) จึงควรร่วมเป็นประเทศผู้สร้างอารยะธรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไว้ให้กับสังคมโลกด้วยความรับผิดชอบ แผนการฉบับนี้สร้างโดยสถาบันวิทยาศาสตร์จีน CAS (The Chinese Academy of Science) ก่อตั้งนานมาแล้วเมื่อปีค.ศ.1949 โดยในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องแบ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต เครือข่าย เซ็นเซอร์ และเชิงบริการต่าง ๆ 5 สาขาหลัก (Internet System and Technology, Sensor Network and the Internet of Things, Network Service, Human-Machine Interaction และ Network Science) ซึ่งไอทีควอนตัมอยู่ภายใต้สาขาท้ายสุด

ทว่า สิ้นปีพ.ศ.2557 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (หรือ IMF) แจ้งข้อมูลรวม ๆ แล้วว่า จีนได้เติบโตเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของโลกแซงหน้าสหรัฐฯ ซะแล้ว มีจีดีพีคิดเป็นมูลค่าราว 17.6 ล้านล้านดอลล่าร์ ขณะที่สหรัฐฯ อยู่ในระดับ 17.4 ล้านล้านดอลล่าร์ ซึ่งต่างกันนิดหน่อยแต่อนาคตข้างหน้าไม่ต้องคาดการณ์หรือพยากรณ์จากดวงดาวก็ล่วงรู้ได้แน่

สำหรับการวิจัยและพัฒนาแค่กับวิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัมก็ปรากฏชัดเจนอยู่แถวหน้าของโลกมีอยู่ที่เมืองเหอเฟ่ย มณฑลอันฮุย ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเมืองหลวงของวิทยาการแขนงนี้ (และเป็นมณฑลบ้านเกิดของคนดังทั้งเปาบุ้นจิ้น ผู้เที่ยงธรรมและโจโฉ ผู้โด่งดังแห่งวุยก๊ก) เนื่องจากที่นี่มีสองสำนักหลักของประเทศชื่อเสียงระดับโลกอยู่ร่วมภายในมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (USTC) คือ กลุ่มของศาสตราจารย์ เจิ้งฟู่ หาน (Zheng-Fu Han) และศาสตราจารย์ เจียน เหวย พาน (Jian Wei Pan) ผู้เป็นทัพหน้าของจีนด้านนี้ทั้งคู่ แล้วเมืองนี้ก็สร้างสนามบินใหม่เอี่ยมที่ว่าเร็วกว่าเราห้าเท่า … เป็นไปแล้ว !

ทั้งสองปรมาจารย์ได้นำเสนอผลงานการทดสอบระบบวิทยาการรหัสลับเชิงควอนตัมในหลายโครงการใหญ่จนเป็นบันทึกความก้าวหน้าสำคัญให้โลกร่ำลือ เช่น กลุ่มวิจัยของศาตราจารย์เจิ้งฟู่ หาน สร้างระบบเครือข่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐฯ เข้ารหัสภาพ วีดีโอ เสียงและเอกสารต่าง ๆ ผ่านเส้นใยนำแสงในสี่โครงข่ายหลักเขตตัวเมืองอู๋หู มณทลอันฮุย และตั้งบริษัท Q-Asky ส่วนกลุ่มของศาสตราจารย์เจียน เหวย พาน ร่วมมือใกล้ชิดกับกลุ่มเวียนนา (ประเทศออสเตรีย) มีผลงานเทคนิคด้านความพัวพัน (Entanglement) และการส่งถ่ายเชิงควอนตัม (Teleport) ที่เด่นชัดกำลังเริ่มโครงการกระจายกุญแจรหัสลับผ่านดาวเทียม … ซึ่งแค่แถลงข่าวก็ทำให้อเมริกาหันมาแบบเหงื่อตก เพราะงานนี้เป็นวิทยาการที่ใหม่เหมือนกันหมดแต่เมื่อยุโรปประสานกำลังกับจีนแล้วมาแข่งประลองด้วยจึงย่อมหวั่นไหวหวิว ๆ เป็นธรรมดา (งานใหม่แบบนี้รัสเซียยังไม่ปรากฏตัวเป็นคู่แข่งกับใคร ต่างจากเมื่อครั้งรีบไปอวกาศและดวงจันทร์ … และเมื่อขยับไปดูเกาหลีใต้ก็ยังไม่พบมากนักเห็นขะมักเขม้นกับมือถือที่กำลังโกยรายได้)

ในขณะที่ภาพใหญ่ของ CAS หน่วยงานหลักที่สนับสนุนกำลังภายในประเทศและกิจกรรมวิจัยของ USTC นั้น ก็ได้ตั้งเป้าหมายพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ยิ่งใหญ่ภายในปีค.ศ.2050 (พ.ศ.2593) อีกด้วย ซึ่งคอมพิวเตอร์พันธุ์อนาคตนี้จะเกิดผลกับรหัสลับเชิงควอนตัม มาเมื่อไหร่จะเป็นคู่ต่อกรกันในยุทธจักรไอทีที่น่าเกรงขาม เพราะสายพันธุ์หลังป้องกันความลับรั่วไหล ส่วนอันแรกมากับวิชาตัวเบาอาจไปไล่ถอดแกะรหัสชาวบ้านด้วยความเร็วสูง (ผิดกฏหมาย) แต่ก็ทำด้วยหลักกลศาสตร์ควอนตัมทั้งคู่

แวะไปเยี่ยมกลุ่มของศาตราจารย์เจิ้งฟู่ หาน เจ้าของผลงานมหาศาลที่เกริ่นข้างต้น แม้ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ.1999 (พ.ศ.2542) ยังใหม่มากแต่ลงทุนไปแล้วรวมประมาณมากกว่าห้าพันล้านบาท... ได้ร่วมงานกับกลุ่มวิจัยนี้เริ่มต้นออกผลบ้างแล้วและล่าสุดตอบรับคำเชิญที่จะมาเยี่ยมครั้งที่สองเพื่อสำรวจการตั้งสำนักปฏิบัติการสาขาในเมืองไทย ที่สำคัญเมื่อขอให้พาคนมาอยู่ฝึกวิทยายุทธให้บัณฑิตไทยด้วยเพราะที่เหอเฟ่ยมีมากเหลือเกิน … สหายหลายท่านเอ่ยว่า“จีนไทยพี่น้องกัน !” แต่ครั้นจะมาเมื่อปลายปีพ.ศ.2556 สถานะการณ์ของไท่กั๋วยังไม่พร้อมต้อนรับ จึงขอให้อาคันตุกะรออีกพักใหญ่ ๆ เพื่อสร้างคนเตรียมความพร้อมได้ใหม่ก่อน

“นโยบายนำ เงินพร้อม คนขยันก็เหลือเฟือ เคล็ดวิชาก็สำเนาเลียนแบบจนทำเองได้แล้ว” ไปได้ดีอีกประเทศ … รวมครบทั้งสี่ปัจจัยแล้วจะนำหน้าทั้งโลกไปไกลในอนาคต แบบนี้เมืองไทยคงตามไม่ไหว ขอพ่วงรถไฟความเร็วสูงของเฮียไปด้วยเลยดีไหม ?

------------------------------------------------------------------
เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"
facebook.com/QuantumCryptoThailand
(ECTI Info. & IEEE ComSoc Thailand)
------------------------------------------------------------------



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0