อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 มกราคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 มกราคม 2565

‘ครูเอื้อ-ครูแก้ว’ ผู้สร้างเพลง ‘รำวงลอยกระทง’

เพลงนี้เป็นเหมือนกับเพลงเฉพาะกิจ เหตุการณ์เริ่มขึ้นในปี 2498 ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนั้นเป็นงานวันลอยกระทง พฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2557 เวลา 00.00 น.

รำลึก 2 ขุนพล ‘ครูเอื้อ-ครูแก้ว’ ผู้สร้างผลงานบทเพลงอมตะ ‘รำวงลอยกระทง’

วันลอยกระทงถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยทุกคน สำหรับปีนี้ตรงกับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ซึ่งประเพณีลอยกระทงถูกกำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา จึงมีการจัดงานประเพณีลอยกระทงที่บริเวณริมแม่น้ำแต่ละพื้นที่ตามเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด สิ่งหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้ในงานรื่นเริง นั่นคือ “เพลงรำวงลอยกระทง” ที่เรามักได้ยินติดหูอยู่เป็นประจำทุกปี

โดยเพลงรำวงลอยกระทงเป็นเพลงที่เราได้ยิน ได้ฟัง และร้องติดปากกันมาตั้งแต่เด็กจนโตว่า ’วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำ นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริงวันลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ บุญจะส่งให้เราสุขใจ“ ซึ่งเนื้อเพลงสั้น จำง่าย ผู้แต่งเพลงนี้คือ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และครูแก้ว อัจฉริยะกุล แห่งวงดนตรีสุนทราภรณ์

อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์ ทายาทของครูเอื้อ เล่าย้อนรำลึกไปในอดีตสมัยที่ครูทั้งสองร่วมกันแต่งเพลงรำวงลอยกระทงว่า เพลงนี้เป็นเหมือนกับเพลงเฉพาะกิจ เหตุการณ์เริ่มขึ้นในปี 2498 ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันนั้นเป็นงานวันลอยกระทง ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ติดต่อวงดนตรีสุนทราภรณ์ซึ่งคุณพ่อเป็นหัวหน้าวงไปเล่นให้ ซึ่งวงดนตรีสุนทราภรณ์ไปเล่นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นประจำ เนื่องจากผูกพันกันมากเพราะคุณแม่ (อาภรณ์ กรรณสูต สุนทรสนาน) เป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันนั้นที่ไปเล่นดนตรีในงานลอยกระทงในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงมีครูเอื้อ ครูแก้ว และคุณแม่ด้วย ซึ่งประธานจัดงานขณะนั้นคือ อาจารย์ชมพู อรรถจินดา ทนายความใหญ่ในสมัยนั้น ใครๆ ก็ต้องรู้จักท่าน ปรากฏว่าท่านมาพูดกับคุณแม่ว่าช่วยขอให้ครูเอื้อแต่งเพลงลอยกระทงให้ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อเป็นที่ระลึกหน่อย คุณแม่จึงมาขอคุณพ่อซึ่งขณะนั้นครูทั้ง 2 ท่านอยู่ด้วยกันพอดี จึงนั่งลงที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และแต่งออกมาเป็นเพลงเดี๋ยวนั้นเลย จะสังเขปได้ว่าเนื้อเพลงสั้นมาก เพราะท่านแต่งเป็นลักษณะของเพลงเฉพาะกิจที่แต่งเดี๋ยวนั้น ต่อเดี๋ยวนั้น และร้องเดี๋ยวนั้นใช้เวลาแต่งครึ่งชั่วโมง ต่ออีกครึ่งชั่วโมงก็สามารถร้องได้ทันที ไม่มีใครคิดว่าจะโด่งดังมายาวนาน และโด่งดังไปทั่วโลกในขณะนี้

ลักษณะของเพลงรำวงลอยกระทงเป็นที่โดดเด่น คือเนื้อเพลงสั้นเพราะปกติเนื้อเพลงครูแก้วจะยาวมาก สละสลวยให้ถ้อยคำที่เรียกว่าเป็นกาพย์ ฉันท์ กลอน แต่เพลงรำวงลอยกระทงนี้เรียกว่าแต่งขึ้นมาแบบให้ฟังง่าย ๆ ซึ่งทุกคนบอกว่าได้ครอบคลุมเนื้อหาทุกอย่างของงานวันลอยกระทงไว้ครบ เช่น วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำนองเต็มตลิ่ง ร้องเพลงนี้เมื่อไหร่กี่ปี วันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำนองเต็มตลิ่งมันไม่สามารถที่จะหลุดหายไปจากธีมงานลอยกระทงนี้ไปได้เลย หรือว่าอีกกี่ร้อยกี่พันปีจากนี้ไปวันเพ็ญเดือนสิบสองน้ำก็ยังนองเต็มตลิ่งและเป็นเทศกาลที่ทุกคนจะรื่นเริงบันเทิงใจที่สุด

นอกจากนี้เทศกาลลอยกระทงยังเป็นเทศกาลที่เป็นของไทยจริงๆ เทศกาลหนึ่ง เพราะอย่างงานเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ยังแยกกัน เช่น เทศกาลสงกรานต์เป็นปีใหม่ของไทย ส่วนเทศกาลปีใหม่เฉยๆ ก็เป็นปีใหม่สากล แต่ลอยกระทงใครจะเอาของไทยเราไปไม่ได้เรียกว่าเป็นเทศกาลที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองของไทย

ทั้งนี้เพลงรำวงลอยกระทงไม่ใช่โด่งดังเฉพาะแค่ในประเทศไทย แต่โด่งดังไปทั่วโลกมีการนำไปแต่งใหม่ที่เราทราบแล้วเป็นภาษาอังกฤษ โดย Harvard Boys Choir และเคยมาร้องโชว์ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเมื่อประมาณปี 2554 วงดนตรีสุนทราภรณ์ได้รับเชิญให้ไปเล่นที่ปักกิ่งในงานวันชาติ 5 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยที่ปักกิ่งไปสืบค้นได้ว่ามีเนื้อเพลงรำวงลอยกระทงภาษาจีนด้วย และส่งมาให้เราฝึกร้องเพื่อนำไปร้องโชว์ที่ปักกิ่ง แต่พอสอบถามความหมายแล้วพบว่าไม่ใช่เพลงรำวงลอยกระทง แต่เอาทำนองไปใส่เนื้อร้องที่มีความหมายเป็นเพลงรัก เพราะประเทศอื่นไม่มีเทศกาลลอยกระทงจึงนึกภาพไม่ออกว่าเทศกาลลอยกระทงเป็นอย่างไร

นอกจากนี้เวลาเดินทางไปต่างประเทศ อาทิ เคยไปยืนอยู่หน้าThe Winter Palace St.Persburg ซึ่งมีดนตรีบรรเลงและมีนักท่องเที่ยวเป็นหมื่นต่อคิวยาวมาก เจ้าหน้าที่ของวงดนตรีจะคอยเดินมาสอบถามว่ามีนักท่องเที่ยวจากประเทศไหนบ้าง พอเราบอกว่าเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย วงดนตรีที่นั่นเล่นเพลงลอยกระทงเหมือนกับเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทันที และตามไนต์คลับที่มอสโกของรัสเซีย มักจะเล่นเพลงลอยกระทงด้วยถ้าทราบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไป

สำหรับที่น่ามหัศจรรย์อีกแห่งหนึ่ง คือที่ Lapland ทางภาคเหนือสุดของประเทศนอร์เวย์ เราไปเที่ยวเป็นแนวอิกลู คือบ้านที่สร้างด้วยน้ำแข็งทรงวงกลมสำหรับชาวลับแลหรือเอสกีโมอาศัย มีประตูเข้า-ออกทางเดียว เจ้าหน้าที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปนั่งรอบๆ เป็นวงกลมและพูดคุยสอบถามว่าเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศไหนบ้าง พอบอกนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย ชาวเอสกีโมก็จะร้องเพลงลอยกระทงให้คณะเราฟังเป็นภาษาไทยเลย ซึ่งเพื่อนในคณะได้บอกชาวเอสกีโมว่าลูกของคนที่แต่งเพลงนี้นั่งอยู่ด้วย พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกันมากและบอกว่าร้องเพลงนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะทราบว่าเป็นเพลงของประเทศไทย และมีหลายประเทศเข้าใจผิดว่าเป็นเพลงประจำชาติไทย เราต้องอธิบายว่าไม่ใช่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่เป็นเพลงของเทศกาลหนึ่งเท่านั้น

ปัจจุบันเพลงรำวงลอยกระทงยังเป็นเนื้อร้องทำนองเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเพลงรำวงเป็นเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจะเอามาเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ไม่ได้ ซึ่งอาจจะเล่นต่างจังหวะออกไปได้ อย่างบางครั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์เล่นนอกจากเพลงรำวงแล้วอาจจะใส่เข้าไปเป็นดิสโก้เพื่อให้สนุกสนานขึ้นมา เช่น เล่นเพลงภาษาไทยก็เล่นจังหวะเดิมคือรำวง แต่พอปรับเป็นภาษาอังกฤษจะใช้จังหวะดิสโก้เข้าไปเพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง
อย่างไรก็ตามตอนยื่นเรื่องขอให้คุณพ่อเป็นบุคคลสำคัญของโลกผ่าน

ยูเนสโก ซึ่งจะมีให้ยกตัวอย่างเพลงที่ถือว่าเป็นพิเศษ มีเอกลักษณ์ และสุดยอดของคุณพ่อเพลงหนึ่งที่เราเสนอเข้าไปคือเพลงรำวงลอยกระทง นอกจากนี้มีเพลงขวัญใจเจ้าทุย ชื่นชีวิต ซึ่งเพลงชื่นชีวิตกับเพลงลอยกระทงเป็นผลงานคำร้องของครูแก้วทั้ง 2 เพลงด้วย

ด้าน รศ.นภาภรณ์ อัจฉริยะกุล ทายาทครูแก้ว กล่าวแสดงความรู้สึกที่ได้ยินเพลงรำวงลอยกระทงว่า เราได้ยินเพลงนี้มาตั้งแต่เด็กจนเกิดความคุ้นเคย แรก ๆ ไม่ค่อยรู้สึกอะไร เพราะมันเป็นเพลงเหมือนเพลงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ที่ร้องกันได้ทั่วไป แต่มาช่วงหลังมีการขยายวงกว้างขึ้นจนเป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงมีความรู้สึกปลื้มใจว่าผลงานที่คุณพ่อแต่งถึงแม้มันจะไม่ได้ใช้เวลานาน แต่พอผลงานออกมาเป็นอย่างนี้ก็รู้สึกดีใจที่เป็นเพลงที่รู้จักกันทั่วไปอีกอย่างเพลงของครูเอื้อและคุณพ่อไม่ใช่มีแค่เพลงรำวงลอยกระทงแต่ยังมีเพลงอื่น ๆ อีกมากมาย กลับกลายเป็นว่ารำวงลอยกระทงเป็นเพลงที่โด่งดังแม้กระทั่งเด็ก ๆ ยังร้องตามกันได้หมด โดยเฉพาะหลานที่ร่วมกิจกรรมร้องเพลงรำวงลอยกระทงที่โรงเรียนแล้วกลับมาเล่าว่าคุณครูบอกว่าเพลงนี้คุณทวดเป็นคนแต่ง เขารู้สึกภูมิใจและคุยอวดคนไปทั่ว ถือเป็นความภาคภูมิใจของเด็กๆ ด้วย นอกจากนี้เวลาเดินทางไปประชุมที่ต่างประเทศ หลังเสร็จงานจะมีงานสังสรรค์ให้ต่างชาติขึ้นร้องเพลง ปรากฏว่าคนไทยยังไม่ได้ร้องเพลงรำวงลอยกระทงเลยแต่ชาวต่างชาติชิงเอาไปร้องก่อน และก็ร้องกันได้หมดทุกคนเพราะเป็นเพลงที่ร้องง่าย

ทั้งนี้เคยคุยกันเองในหมู่อาจารย์ว่าทำไมชาวต่างชาติถึงร้องเพลงนี้ได้ง่ายและเร็วนัก ก็ได้คำตอบว่าเนื้อร้องและทำนองลงตัว ลีลาจังหวะสนุกสนาน ทำให้ร้องง่ายและถ้าได้ทราบความหมายยิ่งจำง่ายไม่ต้องท่องจำเลย ซึ่งเพลงนี้ยังบ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่ดีงามของไทย เนื้อเพลงบรรยายไปตามธรรมชาติในสิ่งที่เห็นจริง นอกจากทำนองจะสนุกสนานและง่ายต่อการร้องแล้วเนื้อเพลงก็เป็นส่วนที่สำคัญเพราะเป็นการบ่งบอกของเอกลักษณ์วันลอยกระทงว่าถ้าเป็นวันลอยกระทงจะต้องเป็นวันเพ็ญเดือนสิบสองเหมือนให้ความรู้ประชาชนไปด้วยในเพลง

สำหรับเสน่ห์ของเพลงอยู่ตรงที่เนื้อร้องกับทำนองลงตัว จังหวะรำวงติดหูไม่ว่าเราจะอยู่ในระดับไหน ทุกคนสามารถร่วมรับฟังและสนุกสนานได้หมดตั้งแต่คนพื้นบ้านจนถึงคนสังคมชั้นสูงก็สามารถใช้อารมณ์ร่วมกันได้ จึงถือเป็นเพลงที่เป็นรากเหง้าและรากฐานของความเป็นไทยที่ควรค่าแก่การจดจำและอนุรักษ์ไว้ตราบนานเท่านาน.

ชญานิษฐ คงเดชศักดา



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0