อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 24 พฤษภาคม 2565

“รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส” กับไอทีควอนตัม (2)

มาเริ่มกันที่ตัวอย่างเรื่องเล่าเทียบเคียงนี้ก่อนครับ...คนตาบอดตั้งแต่กำเนิด ไม่เคยเห็นแสงสว่างหรือวัตถุรูปลักษณ์จักขุสัมผัสใดเลยในชีวิต เขาเคยฝันไหม แล้วเขาฝัน“เห็น”อะไร ? พุธที่ 2 เมษายน 2557 เวลา 00.00 น.

ปกติมนุษย์จะรับรู้ทำความเข้าใจแบบ“พื้นฐาน”กับสิ่งใดๆ รอบตัวได้คล้ายๆ กันก็ต้องอาศัยการรับรู้ทาง“ตา หู จมูก ลิ้น หรือ (ผิว) กาย” ร่วมผสม อย่างใดหรือทั้งห้านั้นไปรับการกระตุ้น (หากยังไม่นับด้าน“ละเอียด”มโนจิตใจก็จะครบสัมผัสหรือผัสสะทั้งหกด้าน) แต่การทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์แขนงสารสนเทศเชิงควอนตัม หากใช้ห้าระบบประสาทนี้แบบตรงๆ คงไม่ได้เจอ ต้องใช้ผลที่สังเกตหรือรับรู้ทางอ้อมแทน ควอนตัมจึงอาจดูแปลกๆ พิลึกกึกกือช่วงแรก (เท่านั้น) เพราะวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่อธิบายได้เสมอ

มาเริ่มกันที่ตัวอย่างเรื่องเล่าเทียบเคียงนี้ก่อนครับ...คนตาบอดตั้งแต่กำเนิด ไม่เคยเห็นแสงสว่างหรือวัตถุรูปลักษณ์จักขุสัมผัสใดเลยในชีวิต เขาเคยฝันไหม แล้วเขาฝัน“เห็น”อะไร ? คำถามนี้เคยลองถามในค่ายกิจกรรมวิทยาศาสตร์กับนักเรียนพิการทางสายตาตั้งแต่กำเนิดชั้นมัธยมต้น (ภายใต้การดูแลของคุณครูประจำชั้น) คำตอบคือ

“เคยครับ”...บรรดาพี่เลี้ยงจึงรีบแย่งป้อนคำถามต่อว่า

"น้องเคยฝันจริงนะ แล้ว“เห็น”อะไรบ้างคะ"

“อ๋อ ผมก็ฝันว่าเคยมานั่งคุยกับพี่ๆ เสียงสุดสวยอย่างคุณพี่นี่แหละ”

ก็พลันที่คุณครูรีบแทรกแซวเรื่องมารยาทเพราะดูแลนักเรียนอารมณ์ดีคนนี้อยู่

“นี่ แซวพี่เขาเดี๋ยวก็โดนตะบองเพชรหรอกนะเธอ” …

“อุ๋ย...”

สองคำถามสองคำตอบกับอีกหนึ่งประโยคการตักเตือนนี้ ทำให้พี่เลี้ยงสุดสวยงงไปต่อไม่ถูก แต่ก็มีคำตอบครบแล้วนะครับ นั่นคือ นักเรียนคนนี้พิการตาบอดตั้งแต่เกิดไม่มีประสาทสัมผัสทางการมองเห็น รูปลักษณ์จึงเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้จัก เมื่อผู้อยากรู้ป้อนถามว่า “เห็น”อะไร แต่คำตอบเรื่องเดียวกันชัดเจนว่าคือการ“ได้ยิน”แทน มิได้มีการฝันเห็นเป็นภาพที่ผู้ถามคาดการณ์ไว้ (แถมด้วยอาการที่อาจจะได้สัมผัสกับหนามตะบองเพชรให้รู้สึกเจ็บมือ แม้ไม่ได้เห็นแต่รับรู้จากเสียงคำขู่)

การที่ผู้ถามพยายามเอาการ“เห็น”อันเป็นสิ่งที่นักเรียนคนนี้ไม่รู้จักไม่เคยรับรู้ จึงเป็นช่องว่างของการสนทนา...เกริ่นนำมาไกล

พอควรต้องการโยงเข้าเรื่องไอทีควอนตัมนั่นไงครับ...ก็ควอนตัมสิ่งที่ไม่เคยสัมผัส มนุษย์จะเอาแค่ระบบประสาทปกติทั้งห้าที่มีไปเข้าหาโดยตรงคงมึนงงแน่ ดูก่อน...ลองพิจารณากรณีแสงอินฟราเรดที่ตามนุษย์เรามองไม่เห็นแต่สัตว์บางชนิดเห็นสิครับ หรือเสียงอัลตราโซนิคที่ (ปลา) วาฬสื่อสารกันคนเราก็ไม่ได้ยินโดยตรงต้องใช้เครื่องมือช่วย ควอนตัมก็เป็นอีกหนึ่งสัมผัสทางอ้อมนั้นทำนองเดียวกันที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้โดยเข้าไปสัมผัสหาทื่อๆ...แล้วจะเข้าถึงได้ทางไหนกันดีล่ะ ?

กลับมาดูกรณีนักเรียนตาพิการมีประสาทสัมผัส“พื้นฐาน”เพียงแค่สี่ประการตั้งแต่กำเนิดนั้นกัน เทียบกับคนปกติที่มีห้าแต่สำหรับเขาขาดไปหนึ่งซึ่ง “เขารู้ว่าตนเองไม่มีระบบประสาทสัมผัสที่เข้าถึงรูปหรือแสงสว่างได้โดยตรง แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าคนอื่นที่“เห็น”แสงสว่างได้เป็นปกติ ต่างจากเขาเป็นอย่างไร”...(มี 4 ระบบประสาท“พื้นฐาน”แล้วรับรู้ประเภทที่ 5 โดยทางอ้อม)

ส่วนคนที่มีครบทั้งห้าสัมผัสควรสมมติตนเองก่อนว่า ควอนตัมก็คืออีกปรากฏการณ์ธรรมชาติหนึ่งที่เพิ่มมาและ “เรารู้ว่าตนเองไม่มีระบบประสาทสัมผัสที่เข้าถึงควอนตัมได้โดยตรง แต่ก็สังเกตได้ว่าผลการทดลองที่เข้าถึงควอนตัมได้นั้นเป็นอย่างไร” ทำนองเดียวกัน...(มี 5 ระบบปกติกำลังจะรับรู้อีกประเภทใหม่โดยผ่านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ยังยุ่งยากวุ่นวาย ไม่มีขายทั่วๆ ไป)

ควอนตัมคือวิทยาศาสตร์ ทำซ้ำได้ เข้าถึงได้ด้วยการสังเกตผลทางอ้อมหรือใช้ประสาทเทียมที่สร้างขึ้น เช่น ผลจากเชนเซอร์วัดอนุภาค ริ้วรอยการแทรกสอดของคลื่นบนฉากรับหรือสเปกตรัม ความถี่จากการเปลี่ยนสถานะ เป็นต้น...ชัดเจนขึ้นนะครับ (หรือเปล่า ?) แล้วก็สามารถนำเจ้าผลการสังเกตเหล่านี้ไปใช้งานได้ดังที่ ริชาร์ด ไฟยน์แมน นักวิทยาศาสตร์โนเบลคนดังร่วมจุดประกายการประยุกต์ในยุคข่าวสารเริ่มต้นเอาไว้ เช่น การคำนวณและรหัสลับเชิงควอนตัมกับระบบไอทีแบบใหม่ในเวลาต่อมา ซึ่งเราก็จะตามไปดูลึกๆ กันทีละประเภทในลำดับต่อๆ ไป

จบตอนไอทีควอนตัมที่ยังอาจมึนงงนี้ ด้วยการขอยกคำท่านพุทธทาสมาปิดท้ายเพราะมีความคล้ายกันว่า “ทั้งพุทธศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นเรื่อง "ลึกซึ้ง" แต่ไม่ "ลึกลับ"” มาทำความเข้าใจพิสูจน์ด้วยตนเองให้ ลึกซึ้ง แล้วจะไม่ ลึกลับ อีกเลยกับควอนตัมเมื่อยามที่อยู่ใต้ระบบไอที

(ติดตาม : facebook.com/QuantumCryptoThailand)

เกียรติศักดิ์ ศรีพิมานวัฒน์

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

facebook.com/oqc.nectec

"แสง-ควอนตัม-สื่อสาร-แอลอีดี"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 0