อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 29 มิถุนายน 2565

เวียดนามตั้งเป้าส่งออกข้าว กว่า 4 ล้านตันในปี 2030

มีรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าเมื่อไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์การส่งออกข้าวปี 2017-2020 โดยตั้งเป้าจะให้มีการส่งออกข้าวจำนวน 4 ล้านตันในปี 2030 นี้ อังคารที่ 8 สิงหาคม 2560 เวลา 04.30 น.


     มีรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าเมื่อไม่นานมานี้ ทางรัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์การส่งออกข้าวปี 2017-2020 โดยตั้งเป้าจะให้มีการส่งออกข้าวจำนวน 4 ล้านตันในปี 2030 นี้

     เพื่อรักษาตลาดเดิมและแย่งชิงส่วนแบ่งในตลาดใหม่ และเล็งส่งออกข้าวหอมและข้าวชนิดพิเศษร้อยละ 40 ข้าวเหนียวร้อยละ 25 และข้าวขาวร้อยละ 25 โดยจะส่งออกไปยังตลาดเอเชียประมาณร้อยละ 50 แอฟริการ้อยละ 25 ตะวันออกกลางร้อยละ 5 ยุโรปร้อยละ 4 อเมริการ้อยละ 10 และโอเชียเนียร้อยละ 4 โดยจากข้อมูลพบว่า ประเทศจีนจะเป็นประเทศที่นำเข้าข้าวจากเวียดนามมากที่สุด

     เป็นที่ยอมรับในวงการผลิตข้าวในอาเซียนว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศเวียดนามมีผลผลิตข้าวต่อไร่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 848.0 กก.ต่อไร่ ในปี 2551/52 เป็น 862.4 กก.ต่อไร่ ในปี 2553/54 เฉลี่ย 3 ปี เวียดนามมีผลผลิตต่อไร่ประมาณ 853.0 กก.ต่อไร่

    ซึ่งถือว่าเป็นผลผลิตต่อไร่ที่สูงเป็นอันดับที่ 4 ของเอเชียรองจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน และสูงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ในขณะที่ไทยผลิตได้ 447.0 กก.ต่อไร่ เป็นอันดับที่ 13 ของเอเชียและอันดับที่ 7 ของอาเซียนสาเหตุสำคัญที่ทำให้เวียดนามมีผลผลิตต่อไร่สูง เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวส่วนใหญ่ร้อยละ 54.0 อยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และอีกร้อยละ 17 อยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแดง ซึ่งแหล่งปลูกข้าวทั้งสองแหล่งมีความอุดมสมบูรณ์ของสภาพพื้นดินและความพร้อมของระบบชลประทาน

     สำหรับจังหวัดที่สำคัญในการผลิตข้าวของเวียดนาม คือ จังหวัดเกิ่นเทอ อันยาง ดงทัป บักเลียว ก่าเมา ซึ่งทั้งหมดอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงและในบางปี สามารถผลิตข้าวได้มากถึง 1.2 ตันต่อไร่

     หากเปรียบเทียบต้นทุนในการผลิตข้าวของเวียดนามกับของไทย ต้นทุนของเวียดนามต่ำกว่าไทย โดยพบว่า ค่าเมล็ดพันธุ์และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อาทิ ค่าแรง ค่าจ้าง เครื่องจักร เช่นที่
จังหวัดเกิ่นเทอ เมื่อเทียบกับไทยจะน้อยกว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อรวมแล้วจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีต้นทุนต่อไร่อยู่ที่ประมาณ 5,800 บาท สูงกว่าจังหวัดเกิ่นเทอ 821.1 บาท ต่อไร่ ขณะที่จังหวัดเกิ่นเทอมีผลผลิตต่อไร่สูงกว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 99 กก.ต่อไร่

      ที่สำคัญรัฐบาลเวียดนามมีนโยบาย 3 ลด 3 เพิ่ม โดย 3 ลด คือลดปริมาณเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสม ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และลดการใช้ยาปราบศัตรูพืช ส่วน 3 เพิ่ม คือเพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเพิ่มกำไร ซึ่งทำให้ชาวนาเวียดนามมีกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 15-20% และมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5%

     การส่งออกข้าวของเวียดนามในตลาดอาเซียนมากกว่าร้อยละ 50 ส่งออกไปประเทศ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ โดยมาเลเซียเริ่มมีการนำเข้าข้าวจากเวียดนามเพิ่มขึ้น ขณะที่การทำการตลาดของเวียดนามจะทำไปในทิศทางเดียวกันทั้งประเทศ คือ รัฐบาลเป็นผู้ส่งออกกับต่างประเทศแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) โดยผ่านทางสมาคมอาหารเวียดนาม ที่มีสมาชิกประมาณ 205 บริษัท

    ที่สำคัญรัฐบาลเวียดนามมีนโยบายช่วยให้เกษตรกรได้มีกำไรอย่างน้อย 30% ของต้นทุนการผลิต โดยกำหนดราคาข้าวเปลือกที่จะขายให้กับพ่อค้าคนกลางเพื่อให้เกษตรกรได้กำไรอย่างน้อย 30% โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท ทำการคำนวณต้นทุนการผลิตเพื่อใช้เป็นฐานในการกำหนดราคาข้าวเปลือก

     และผู้ส่งออกข้าวจะต้องมีแผนในการเชื่อมโยงกับพ่อค้าคนกลางเพื่อรับซื้อข้าวจากเกษตรกรตามราคาที่กำหนด ภายใต้แนวทางเกษตรกรจะต้องได้กำไรเพิ่มขึ้นเป็น 2.5-3 เท่าของต้นทุนการผลิต.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 123